• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

นิตยสารออนไลน์ ศูนย์ทดสอบ นิตยสารonline สิทธิ ศูนย์ทดสอบ ราคา มูลนิธิ กฎหมาย ผู้บริโภค สารี นิตยสาร ฉลาดซื้อ นิตยสาร เพื่อผู้บริโภคนิตยสารฉลาดซื้อ นิตยสารเพื่อผู้บริโภค

ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ ประเภทอาหาร/สุขภาพ ฉบับที่ 135 น้ำสลัด...วัดกันไปเลย ใครมันกว่า PDF พิมพ์
เขียนโดย กองบรรณาธิการ   
Share

คุณสาวๆ ที่อยากลดน้ำหนัก มักจะหลงรักเมนูสลัดผักมากเป็นพิเศษ เพราะเชื่อว่าการรับประทานสลัดผักจะไม่ทำให้อ้วน เพราะผักดีต่อสุขภาพช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ให้พลังงานน้อย แถมวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ก็มีสูง แต่เดี๋ยวก่อน... รู้ไหมว่า “น้ำสลัด” ตัวช่วยสำคัญที่ช่วยเพิ่มรสชาติ หวานๆ มันๆ เปรี้ยวนิดๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของน้ำสลัดนี้แหละ คือตัวการเพิ่มน้ำหนักโดยแท้

 

อร่อยมากไป..ระวังไขมันล้น

หลายคนเวลารับประทานสลัดผัก มักชอบเติมน้ำสลัดแบบไม่บันยะบันยัง กลัวว่าถ้าใส่น้อยเกินไปแล้วจะไม่อร่อย หารู้ไม่ ว่าการทำแบบนั้นแทนที่กินสลัดผักแล้วจะช่วยลดน้ำหนักกลับจะทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม เพราะส่วนประกอบหลักๆ ในน้ำสลัดประกอบด้วย น้ำมันพืช น้ำตาล และไข่ไก่ เป็นสำคัญ ยิ่งคนนิยมรับประทานสลัดผักเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น น้ำสลัดแบบบรรจุถุง บรรจุขวดพร้อมรับประทานก็มีผลิตออกมาวางขายกันหลากหลายยี่ห้อ

ส่วนประกอบหลักของบรรดาน้ำสลัดยี่ห้อต่างๆ ที่วางขายกันอยู่ในปัจจุบัน คือน้ำมันพืช กับ น้ำตาล เฉพาะ 2 อย่างนี้รวมกันปริมาณก็เกือบ 50% ของส่วนประกอบทั้งหมด ถ้าเป็นแบบนี้คนที่ชอบเติมน้ำสลัดเยอะๆ ก็อาจไม่ผอมหรือสุขภาพดีสมใจ แต่จะเสี่ยงกับการมีน้ำหนักเพิ่มและเจ็บป่วยจากการที่ร่างกายได้รับไขมันมากเกินไป

ทดสอบปริมาณไขมันในน้ำสลัด

ฉลาดซื้อส่งเสริมให้ทุกคนรับประทานผักและเห็นว่าเมนูสลัดผักเป็นเมนูที่ดีต่อสุขภาพ แต่ก็ต้องเลือกเติมน้ำสลัดแต่พอดี แล้วน้ำสลัดสำเร็จรูปยี่ห้อไหนที่น่าจะนำมาปรุงเมนูสลัดบ้าง ฉลาดซื้อจึงได้ทำการทดสอบเปรียบเทียบปริมาณไขมัน (Total Fat) ที่อยู่ในน้ำสลัดจำนวน 10 ยี่ห้อที่วางตามท้องตลาดทั่วไป เอาใจคนรักสุขภาพ คนที่ชอบสลัด

 

ตารางแสดงผลการทดสอบปริมาณไขมันในตัวอย่างน้ำสลัดสำเร็จรูป

 

ชื่อสินค้า

ผู้ผลิต

ส่วนประกอบ

วัตถุเจือปน

(ตามที่แจ้งบนฉลาก)

ราคา / น้ำหนัก

ฉลากโภชนาการ

บอกวันหมดอายุ

ผลการทดสอบปริมาณไขมัน (ต่อน้ำสลัด 100 กรัม)

ปริมาณไขมันเมื่อเทียบเป็นน้ำสลัด 1 ช้อนโต๊ะ (ประมาณ 15 กรัม))

คิวพี สลัดครีม

บ.กิ่วไป้ (ประเทศไทย) จำกัด

น้ำมันถั่วเหลือง 53%

น้ำตาล 18%

น้ำส้มสายชูกลั่น 6%

ไข่แดง 5%

แต่งกลิ่น

 

62.75 บาท / 310 กรัม

มี

มี

54

8.05

มอลลี่ สลัดครีม

บ.สุขเกษม ฟู้ดส์ อินดัสเตรียล จำกัด

น้ำมันถั่วเหลือง 49%

น้ำตาลทราย 32%

ไข่ไก่ 8%

ใช้วัตถุกันเสีย

82 บาท / 470 กรัม

มี

มี

49.2

7.34

สุขุม สลัดครีม

บ.สุขุมพาณิชย์ จำกัด

น้ำมันถั่วเหลือง 60%

น้ำตาลทราย 20%

ไข่ไก่ 10%

น้ำส้มสายชูกลั่น 9%

เกลือ 1%

ไม่ใช้วัตถุกันเสีย

ไม่เจือสี

 

63 บาท / 460 มิลลิลิตร

ไม่มี

มี

45.1

6.73

เบสท์ ฟู้ดส์

สลัดครีม

บจก.สรรเสริญ แอนด์ ซันส์

น้ำมันถั่วเหลือง 44%

น้ำตาล 23%

ไข่ไก่ 7.3%

น้ำส้มสายชูกลั่น 6.3%

เกลือ 2.3%

มัสตาร์ด

น้ำมันถั่วเหลือง

ใช้วัตถุกันเสีย

แต่งกลิ่น

89 บาท / 460 มิลลิลิตร

ไม่มี

มี

43.8

6.53

คราฟท์ฟู้ดส์

ซีซาร์ celebrity nudes
สลัด เดรสซิ่ง

บ.คราฟฟูดส์ จำกัด ประเทศออสเตรเลีย

นำเข้าโดย บ.โกบอล ฟู้ดส์ โปรดักส์ จำกัด

น้ำ 30%

ไข่ 27%

น้ำส้มสายชู 15%

น้ำตาล 15%

พาร์มิซานชีส 5%

ครีม 3%

กระเทียม 3%

เกลือ 1%

ใช้วัตถุกันเสีย

125 บาท / 300 มิลลิลิตร

ไม่มี

มี

25.9

3.86

เฟรช & กรีน

น้ำสลัดครีม

บ.เพรียวฟู้ดส์ จำกัด

น้ำมันถั่วเหลือง 25%

น้ำตาล 22%

น้ำส้มสายชู 13%

เครื่องเทศ 6%

ไข่ไก่ 5%

เจือสีสังเคราะห์

แต่งกลิ่น

ใช้วัตถุกันเสีย

72 บาท / 500 กรัม

ไม่มี

มี

24.1

3.59

ไฮนซ์ สลัดครีม

ผลิตในประเทศอังกฤษ นำเข้าโดย บ. วินแซนซ์ ฟู้ดส์ จำกัด

น้ำส้มสายชู 31.7%

น้ำมันพืช 25%

น้ำตาล 17.7%

มัสตาร์ด 3.2%

เกลือ 2.8%

เจือสีธรรมชาติ

101 บาท / 285 กรัม

ไม่มี

มี

23.8

3.55

แฮปปี้มาก สลัดครีม

บ.เพียวฟู้ดส์ จำกัด

น้ำตาลทราย 22%

น้ำมันถัวเหลือง 15%

ไข่ไก่ 8%

เครื่องเทศผสม 6%

น้ำส้มสายชู 3%

ใช้วัตถุกันเสีย

แต่งสีสังเคราะห์

45 บาท / 500 กรัม

ไม่มี

มี

16.8

2.5

บิ๊กซี น้ำสลัดครีม สูตรไขมันต่ำ

บ.เพียวฟู้ดส์ จำกัด

น้ำตาลทราย 22%

น้ำส้มสายชู 10%

เครื่องเทศ 9%

น้ำมันถั่วเหลือง 8%

ไข่ไก่ 5%

เกลือ 2%

ไม่ได้แจ้ง

59 บาท / 500 กรัม

มี

มี

6.3

0.94

เฟียว ฟู้ดส์

น้ำสลัดครีม สูตรไขมันต่ำ โคเลสเตอรอลต่ำ

บ.เพียวฟู้ดส์ จำกัด

น้ำมันถั่วเหลือง 8%

น้ำตาลทราย 20%

น้ำส้มสายชู 10%

เครื่องเทศ 6%

เกลือ 1.8%

ไข่ไก่ 1.5%

ไม่ใส่สี

ไม่ใส่วัตถุกันเสีย

64 บาท / 500 กรัม

มี

มี

4.6

0.68

ผลทดสอบโดย สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

ผลทดสอบเฉพาะตัวอย่างที่ส่งทดสอบเท่านั้น

เก็บตัวอย่างทดสอบเมื่อเดือน มีนาคม 2555

 

ผลทดสอบ

- สถาบันโภชนาการ ม.มหิดล ได้กำหนดปริมาณไขมันที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายเป็นปริมาณต่อ 1 มื้อ อยู่ที่ไม่เกิน 15 กรัม ไม่นับรวมกับปริมาณไขมันที่อาจได้เพิ่มอีกจากการรับประทานอาหารระหว่างมื้อหรืออาหารว่างซึ่งเกณฑ์ได้กำหนดไว้ว่าไม่ควรเกิน 6 กรัม

-น้ำสลัดชนิดครีมข้นทั้ง 10 ตัวอย่างที่ทดสอบ มีไข่แดงของไข่ไก่เป็นตัวทำให้น้ำสลัดมีความข้น (น้ำสลัดแบบใสจะไม่มีไข่เป็นส่วนประกอบ)

- คิวพี สลัดครีม มีปริมาณไขมันมากที่สุด คือ 54 กรัม ต่อ น้ำสลัด 100 กรัม หากคิดเป็นปริมาณต่อการรับประทานสลัด 1 จาน โดยเติมน้ำสลัด 1 ช้อนโต๊ะ หรือประมาณ 15 กรัม ปริมาณของไขมันที่ได้รับอยู่ประมาณ 8.05 กรัม แต่ถ้าเพิ่มน้ำสลัดเป็น 2 ช้อนโต๊ะ ปริมาณไขมันที่ได้จากผักสลัด 1 จานก็จะเพิ่มเป็น 16.1 กรัม ก็ถือว่าเลยเกณฑ์ปริมาณของไขมันที่เหมาะสมในอาหาร 1 มื้อ ที่ 15 กรัมไปเล็กน้อย

-ตัวอย่างน้ำสลัดที่ทดสอบพบปริมาณไขมันในระดับสูงรองๆ ลงมา ได้แก่ มอลลี่ สลัดครีม พบปริมาณไขมัน 49.2 กรัมต่อน้ำสลัด 100 กรัม หรือประมาณ 7.34 กรัมต่อน้ำสลัด 1 ช้อนโต๊ะ, สุขุม สลัดครีม พบปริมาณไขมัน 45.1 กรัมต่อน้ำสลัด 100 กรัม หรือประมาณ 6.73 กรัมต่อน้ำสลัด 1 ช้อนโต๊ะ และ เบสท์ ฟู้ดส์ สลัดครีม พบปริมาณไขมัน 43.8 กรัมต่อน้ำสลัด 100 กรัม หรือประมาณ 6.53 กรัมต่อน้ำสลัด 1 ช้อนโต๊ะ

-จากการสังเกต พบว่ามี 2 ตัวอย่างที่ระบุไว้บนฉลากชัดเจนว่าเป็นสูตรไขมันต่ำ คือ บิ๊กซี น้ำสลัดครีม สูตรไขมันต่ำ และเฟียว ฟู้ดส์ น้ำสลัดครีม สูตรไขมันต่ำ พบปริมาณไขมันในระดับที่น้อยมากตรงกับที่โฆษณาว่าเป็นสูตรไขมันต่ำจริง

-ตัวอย่างน้ำสลัดหรือสลัดครีม ที่นำมาทดสอบมีความหลากหลายในเรื่องของการใช้วัตถุกันเสีย การใช้สี และการแต่งกลิ่น ตามข้อมูลที่ระบุไว้บนผลิตภัณฑ์ เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากรับประทานน้ำสลัดที่ไม่ใช้วัตถุกันเสีย ไม่แต่งสี ไม่แต่งกลิ่น ก็ต้องอ่านข้อมูลบนฉลากผลิตภัณฑ์ให้ดี

 

สรุป...

ถ้าดูจากผลการทดสอบปริมาณไขมันในน้ำสลัด ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่น่าเป็นห่วง ถ้าหากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม คือไปเกิน 2 ช้อนโต๊ะ แต่ที่สำคัญและต้องพิจารณาให้ดี คือต้องรับประทานสลัดเป็นอาหารจานหลักจริงๆ ไม่ใช่เป็นจานเสริมคู่กับอาหารเมนูอื่นๆ หลายคนเลือกรับประทานสลัดเพราะว่าห่วงใยสุขภาพ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี แต่หลายคนก็ยังกลัวว่าการรับประทานแค่สลัดผักจะไม่ทำให้อิ่มท้อง ก็เลยมักจะรับประทานสลัดคู่ไปกับเมนูอื่นๆ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ ไขมันในน้ำสลัดรวมเข้ากับไขมันในอาหารอื่น โอกาสเสี่ยงที่เราจะได้รับไขมันเกินความต้องการก็มีสูง

ถ้าไม่อยากให้ไขมันที่เกินพอดีมาทำร้ายสุขภาพของเราก็ต้องรู้จักควบคุมดูแลเรื่องอาหารการกิน สมมติว่าเรารับประทานอาหารที่มีไขมันสูงไปแล้วแต่เรายังอยากรับประทานสลัดผัก ก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยงน้ำสลัดเลือกรับประทานเป็นผักสดๆ แทน หรือไม่ก็ควรรับประทานสลัดให้เป็นอาหารหลักจานเดียวให้ได้ ถ้ากลัวไม่อิ่มก็ควรเติมเนื้อสัตว์ เช่น ไก่ กุ้ง ทูน่า ไข่ต้ม หรือเลือกพวกธัญพืชที่ให้โปรตีน พวกถั่วต่างๆ หรือจะใส่ผักที่ให้พลังงานสูงๆ อย่าง เผือกหรือมัน ก็เป็นวิธีที่น่าจะช่วยให้เราอิ่มได้ด้วยสลัดจานเดียว

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

กินสลัดให้อร่อยและดีต่อสุขภาพ

1.ควรเติมน้ำสลัดแต่พอดี แค่ให้พอช่วยเพิ่มรสชาติให้เรารับประทานผักได้มากขึ้น

2.ทำน้ำสลัดไว้กินเอง น้ำสลัดทำได้ไม่ยาก มีน้ำสลัดหลายสูตรที่ไม่ต้องใช้น้ำมันเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำสลัดผลไม้ ใช้นมข้น ใช้เนื้อเต้าหู้หรือน้ำเต้าหู้ หรือสูตรง่ายๆ อย่างการใช้โยเกิร์ตแทนน้ำสลัด หรือสูตรไทยๆ อย่างน้ำจิ้มซีฟู้ดก็เข้ากันดีกับผักสดๆ

3.ไม่ต้องเติมน้ำสลัดก็ได้ เราสามารถทำสลัดผักจานโปรดของเราให้มีรสชาติดีได้โดยไม่ต้องเติมน้ำสลัด แค่เพียงเลือกเติมผลไม้ที่เราชอบหรือเลือกชนิดที่มีรสเปรี้ยวและมีความฉ่ำ เช่น ส้ม ส้มโอ สับปะรด ฯลฯ รสหวานนิดๆ เปรี้ยวพอดีๆ ของผลไม้จะช่วยตัดรสจืดๆ เฝื่อนๆ ของผักใบเขียวได้เป็นอย่างดี

4.ถ้าต้องซื้อน้ำสลัด อ่านฉลากให้ละเอียด สังเกตที่ส่วนประกอบ เลือกที่มีสัดส่วนของน้ำมันน้อย ปริมาณไขมันก็น้อยลงตาม แต่อย่าลืมดูปริมาณของส่วนประกอบอื่นๆ ด้วย ทั้ง น้ำตาล เกลือ และเครื่องปรุงรสต่างๆ ถ้ามีฉลากโภชนาการก็ควรอ่านฉลากโภชนาการก่อนตัดสินใจซื้อ ดูว่าปริมาณต่อ 1 เสิร์ฟ ซึ่งเขาจะบอกไว้เป็นปริมาณต่อ 1 ช้อนโต๊ะหรือ 2 ช้อนโต๊ะ เราได้รับปริมาณสารอาหารต่างๆ มากน้อยแค่ไหน

5.ก่อนทำสลัดรับประทาน อย่าลืมล้างทำความสะอาดผักให้สะอาดเรียบร้อย เลือกผักที่สดสะอาดและต้องเลือกผักให้หลากหลาย หลากสี หลากชนิด เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินแร่ธาตุที่หลากหลายแตกต่างกันไป

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ปริมาณของไขมันที่เหมาะสมสำหรับคนไทยใน 1 วัน (Thai RDI) อยู่ที่ไม่เกิน 65 กรัม ซึ่งถือเป็นเกณฑ์มาตรฐานตั้งต้น แต่หากจะดูถึงความเหมาะสมจริงๆ จำเป็นต้องพิจารณาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของแต่ละคนประกอบด้วย เช่น ถ้าเป็นคนที่ต้องใช้แรงใช้กำลังค่อนข้างมากในการทำงานหรือกิจกรรมต่างๆ เช่น นักกีฬา ปริมาณของไขมันที่ควรได้รับในแต่ละวันก็อาจใกล้เคียงกับเกณฑ์ของ Thai RDI ที่ไม่เกิน 65 กรัม แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่ได้มีภาระงานหรือกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากนักในแต่ละวัน เช่น คนที่ทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นหลัก ก็ไม่มีความจำเป็นที่ร่างกายจะต้องได้รับปริมาณไขมันในระดับสูงตามที่เกณฑ์กำหนดไว้

ไขมันถือเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เพราะไขมันเป็นทั้งแหล่งพลังงาน ช่วยในการดูดซึมวิตามินหลายชนิด เช่น เอ ดี อี เค ทั้งยังช่วยรักษาสมดุลให้ผิวหนัง ควบคุมการเผาผลาญ ฯลฯ

แต่การได้รับไขมันเกินกว่าความต้องการของร่างกาย ไขมันส่วนเกินจะไปรบกวนการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น หัวใจ หลอดเลือด ตับ ไต ฯลฯ การควบคุมให้ปริมาณไขมันพอดีกับร่างกายจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน ซึ่งไม่เพียงแต่การควบคุมการรับประทานอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการแบ่งเวลาให้กับการออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายได้เผาผลาญไขมันส่วนเกิน