ฉบับที่ 97 สุขภาพที่ดีจากอินเตอร์เน็ต

ของฝากจากอินเตอร์เน็ต
รศ.ดร.แก้ว กังสดาลอำไพ : สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยามหิดล
nukks@mahidol.ac.th

ตามที่ได้สัญญาว่าจะหาแหล่งข้อมูลทางโภชนาการดีในเว็บนานาชาติให้ท่านผู้อ่านได้เข้าถึง ต่อไปนี้จึงภูมิใจเสนอเว็บแรกคือ www.who.int/nutrition/en/index.html หรือองค์การอนามัยโลก ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงของสหประชาชาติ

ท่านผู้อ่านคงไม่ประหลาดใจถ้าผู้เขียนจะกล่าวว่าเว็บนี้เป็นเว็บขององค์กรที่ (น่าจะมี) ข้อมูลที่ดีที่สุด (อาจจะ) ถูกต้องที่สุด และไม่ (น่าจะ) หลอกลวงที่สุด เพราะไม่มีการขายของอะไรเพื่อประโยชน์ของคนในองค์กร เนื่องจากเงินเดือนแต่ละคนที่ทำงานค่อนข้างสูง จนสหประชาติเคยถูกตำหนิจากหลายประเทศว่าจ่ายค่าตอบแทนให้บุคลากรในบางส่วนขององค์กรมากเกินไปแต่ได้งานไม่คุ้ม

อย่างไรก็ดีข้อมูลในเว็บนี้ค่อนข้างมืออาชีพมากๆ มือสมัครเล่นอาจค่อนข้างลำบากเพราะเนื้อหา รูปแบบเว็บจืดชืด มีแต่ข้อมูลพื้นฐานคือ เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับโภชนาการ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับเด็กนั้น ต้องเว็บนี้เป็นหลัก มีข้อมูลเกี่ยวกับการรนณรงค์ให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งบริษัทขายนมกระป๋องคงไม่อยากอ่าน เสียอย่างเดียวไม่บู๊เท่าที่ควร เพราะถ้าเป็นการให้ข้อมูลในเรื่องเดียวกันของ NGO ในประเด็นดังกล่าว คงน่าดูกว่านี้

สิ่งน่าสนใจคือ การเข้าไปเก็บเกี่ยวเอกสารอิเล็คทรอนิกส์ ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างวิชาการทั้งนั้น ได้แก่ หนังสือเกี่ยวกับการวางนโยบายและแผนงานด้านโภชนาการ ซึ่งมีทั้งเรื่องเกี่ยวกับแม่และเด็ก ตั้งแต่ในครรภ์ จนถึงชรา หนังสือเกี่ยวกับการลดปัญหาการขาดสารอาหารที่ร่างกายต้องการปริมาณน้อย ซึ่งมีข้อมูลหลัก ๆ ที่นักโภชนาการกังวลมานานแล้วคือ เหล็ก ไอโอดีนและวิตามินเอ หนังสือเกี่ยวกับการตรวจวัดการเจริญเติบโตของเด็ก หนังสือกลุ่มสุดท้ายเกี่ยวกับเรื่องของโภชนาการในสภาวะวิกฤตต่าง ๆ ของชุมชน แต่เล่มที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้เขียนคือ เล่มที่ชื่อว่า Diet, nutrition and the prevention of chronic diseases ซึ่งมีข้อมูลที่ครบถ้วนพอสมควรเกี่ยวกับความสำคัญของอาหารและสภาวะโภชนาการต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อต่าง ๆ เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดต่างๆ เป็นต้น

เว็บต่างชาติที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ เว็บของ usa.gov ซึ่งเป็นเว็บหลักของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ผู้นำการล้มละลายทางเศรษฐกิจของโลก ซึ่งเข้าดูได้ที่ http://www.usa.gov/Citizen/Topics/Health.shtml

เว็บนี้มีข้อมูลพื้นฐานด้านอาหารและโภชนาการที่มีผลต่อสุขภาพของประชาชนมีครบ และอยู่ในระดับที่ประชาชนควรทราบและเข้าใจได้ มีทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์และด้านกฎหมายที่สำคัญ คำแนะนำในการเลือกกินเพื่อสุขภาพที่ดี การออกกำลังกายซึ่งสำคัญมาก เพราะคนอเมริกันหนึ่งในสามเป็นโรคอ้วนไปนานแล้ว เรื่องเกี่ยวกับยาที่ควรรู้ โรคและการป้องกันโรคต่างๆ และการเตรียมตัวเป็นผู้สูงวัยที่ดี เป็นต้น

ที่สำคัญของเว็บนี้คือ ท่านผู้อ่านสามารถลุยต่อจากส่วนที่เข้านี้ไปยังหน่วยงานของสหรัฐอเมริกาทั้งหมดได้เลย เพราะมี หัวข้อ A-Z Index of U.S. Government Departments and Agencies ให้เข้าไปเลือกหาข้อมูล

หน่วยงานของสหรัฐอเมริกันที่น่าสนใจอันดับ 1 คือ Food and Drug Administration (FDA) อันดับ 2 คือ Food and Nutrition Service อันดับ 3 คือ Food Safety and Inspection Service และอันดับ 4 คือ Food, Nutrition and Consumer Services ผู้เขียนขอรับรองเลยว่า ถ้าท่านต้องการความรู้ด้านอาหาร โภชนาการ และความปลอดภัยด้านอาหาร เว็บทั้งสี่นี้ให้ท่านอย่างเหลือเฟือ

เว็บต่อไปต้องข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก จากสหรัฐอเมริกาไปเกาะอังกฤษ เพราะเว็บนี้คือ เว็บของ BBC http://www.bbc.co.uk/health/healthy_living/nutrition/ ซึ่งให้ความรู้เกี่ยวกับ Healthy eating คือ กินให้มีสุขภาพดี (ความหมายคือ ถ้ามีสตางค์ก็ควรรู้ว่า ควรซื้ออะไรกินดี ไม่ใช่รวยไม่รู้เรื่อง ซื้อของไม่ได้เรื่องมากิน)

ส่วนที่น่าสนใจคงหนีไม่พ้นข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องของน้ำหนักตัว ที่ว่าน้ำหนักตัวอย่างไรถึงเป็น healthy weight เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยากมาก เป็นปัญหาระดับจักรวาล เพราะต่อให้มนุษย์ย้ายไปอยู่ดาวดวงไหน เมื่ออายุมากขึ้น โอกาสที่อ้วนก็จะเพิ่มเป็นเงาตามตัวอยู่ดี

ผู้เขียนเองก็ยังอยู่ในสถานภาพปริ่มๆ ที่จะเกินบ้าง ไม่เกินบ้าง ขนาดพยายามออกกำลังกายแบบเต็มที่สัปดาห์ละสี่ชั่วโมงยังแทบไม่รอด ดังนั้นจึงพอเข้าใจความรู้สึกของผู้ที่ทำงานวิชาการหรืองานบริหารที่ไม่ค่อยได้ออกแรงนั้นว่า เวลาพูดถึง ดัชนีมวลกาย หรือ BMI แล้วมันระคายหูมาก เพราะใครๆ ก็อยากทำให้ตนเองอยู่ในเกณฑ์ที่ปรกติ แต่พออายุขึ้นเลขห้าแล้ว โอกาสน้อยมากถ้าไม่ได้มีการบริหารร่างกายอย่างมีระบบตั้งแต่อายุขึ้นเลขสี่

อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจคือ BBC ให้ความใส่ใจกับสิ่งที่มนุษย์ชอบ คือ เรื่องทางเพศ เพราะมีส่วนหนึ่งของเว็บที่พูดถึง Sexual health screening ซึ่งมีทั้งความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ การป้องกันโรค การป้องกัน ท.ก.ต (ท้องก่อนแต่ง) เป็นต้น เพราะกำเนิดนั้นคุมได้แต่กำหนัดนั้นคุมยาก ยิ่งถ้าเรามีประชาชนที่ไร้คุณภาพคือ ใครอยากทำให้เด็กเกิดก็ทำได้ตามใจคือไทยแท้ โดยสังคมไม่มีการออกกฎ กติกา มารยาท ให้เหมาะสมแก่ความเป็นจริงแล้ว ประเทศเราก็จะมีปัญหาจากคนไร้คุณสมบัติมากขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่งอาจจะมีเหตุการณ์เหมือนกับภาพยนตร์สารคดีขององค์กรเกี่ยวกับมนุษยชนที่แสดงให้เห็นเหตุการณ์ในประเทศบราซิลที่ ผู้มีสตางค์ต้องจ้างมือปืนรับจ้างออกเก็บคนที่อาศัยในสลัมหรือข้างถนนคืนละเฉลี่ยถึงหกคน เพื่อป้องกันการเกิดอาชญากรรมที่รัฐคุมไม่ได้

เว็บถัดไปคือ เว็บของประเทศแคนาดา ซึ่งมีข้อมูลหลักเกี่ยวกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยของอาหารและด้านโภชนาการ กระบวนการกระตุ้นการดำเนินงานด้านอาหารและโภชนาการ ตลอดจนถึงรัฐบัญญัติอาหารของแคนาดา เป็นต้น

ท่านผู้อ่านสามารถเข้าดูข้อมูลเหล่านี้ได้ที่ http://www.hc-sc.gc.ca/fn-an/index-eng.php

ข้อมูลในเว็บนี้ค่อนข้างดูสวยงามเป็นหลัก มีการ์ตูนประกอบภาพ ที่น่าสนใจคือ ข้อแนะนำในการออกกำลังกายให้มีสุขภาพดี ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่และผู้สูงวัย ซึ่งน่าประทับใจมากเพราะเมื่อเข้าไปดูจะพบข้อความที่เขียนว่า Age is no barrier ซึ่งน่าจะหมายความว่า ถ้าจะออกกำลังกายนั้น ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับอายุ เพียงแต่ขอให้รู้จักวิธีออกให้สมวัย แต่ที่สำคัญที่สุดในการออกกำลังกายคือ การพาตัวเองไปให้ถึงสถานที่ออกกำลังกาย จากนั้นการออกกำลังกายก็น่าจะเกิดขึ้นได้

เว็บสุดท้ายนี้น่าสนใจมาก เพราะไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิชาการก็ควรเข้าไปอ่าน เขาให้ข้อมูลที่ดูครบเช่นกัน เว็บนี้คือ เว็บของ Medline ซึ่งเป็นบริการของ สำนักหอสมุดแห่งชาติของสหรัฐอเมริกัน หรือ US National Library of Medicine ซึ่งสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/nutrition.html สิ่งที่ท่านผู้อ่านจะได้พบในเว็บของ Medline คือ ข้อแนะนำการบริโภคอาหารของชาวอเมริกันปี 2005 ซึ่งยังใช้อยู่ เรื่องราวเกี่ยวกับปิรามิดอาหารที่บ้านเราปรับเป็นธงโภชนาการและอีกมากมาย ควรค่าแก่การเข้าชมเป็นอย่างยิ่ง เช่น ข้อมูลในส่วนที่เรียกว่า Nutrient List ซึ่งจะเป็นแหล่งข้อมูลว่า สารอาหารชนิดใด สามารถหามารับประทานได้จากสินค้ายี่ห้ออะไร เช่น ไลโคปีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญในมะเขือเทศนั้นอยู่ในสินค้ายี่ห้อใด เหตุที่ผู้เขียนยกตัวอย่างของไลโคปีนเพราะเพิ่งได้อ่านบทความวิจัยว่า สารธรรมชาติชนิดนี้ช่วยลดการสร้างโคเลสเตอรอลและเพิ่มการพาโคเลสเตอรอลเข้าเซลล์เพื่อทำลาย อีกทั้งเคยทราบข้อมูลมาจากเว็บด้านอาหารกับมะเร็งอีกว่า ไลโคปีน ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมากในชายสูงอายุ ดังนั้นผู้เขียนเลยพยายามหาโอกาสกินไลโคปีนให้มากกว่าเดิม

ไหนๆ ก็เอ่ยถึงคำว่า อาหารกับมะเร็งแล้ว จึงขอแถมเว็บที่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ซึ่งเป็นเว็บที่หลายท่านอาจรู้จักดีคือ เว็บของ NCI (National Cancer Institute) ซึ่งเข้าชมได้ที่ http://www.cancer.gov/ ซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับอาหารหลายมุมมอง ที่น่าสนใจคือ เรื่องของตำรับอาหารที่น่าจะลดความเสี่ยงหรือสู้กับมะเร็งได้ ซึ่งท่านผู้อ่านเข้าไปดูได้ที่ http://www.cancer.gov/cancertopics/down-home-healthy-cooking และที่ขอแนะนำคือ ให้ใช้ search engine ของเว็บนี้หาข้อมูลเกี่ยวกับ diet หรือ nutrition ท่านจะได้ความรู้ที่น่าสนใจมหาศาลเลยทีเดียว

เว็บต่างๆ ที่ยกตัวอย่างให้ท่านเข้าเยี่ยมชมนี้ อาจเป็นเพียงส่วนน้อยนิด ซึ่งแต่ละเว็บอาจพาท่านไปยังเว็บที่ดีอื่นๆ ได้ด้วย แต่ที่ท่านควรต้องระวังให้จงหนัก ไม่ว่าเป็นเว็บชาติใด ภาษาใดก็ตาม ถ้ามีการขายสินค้าหรือบริการแล้ว ให้อ่านข้อมูลด้วยความระมัดระวัง ก่อนยอมจ่ายเงินให้ เพราะเว็บที่มีธุรกิจเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น อาจดีในบางเรื่อง แต่เลวร้ายเกือบทุกเรื่องทีเดียว


แหล่งข้อมูล: ดร.แก้ว กังสดาลอำไพ

150 point

LINE it!





  เรื่องเกี่ยวข้อง: นิตยสารออนไลน์ สุขภาพ