ฉบับที่ 173 ระบบปฏิบัติการบนสมาร์ทโฟน

ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนมีให้เลือกหลากหลาย และมีหลายขนาดให้เลือกตามกำลังทรัพย์ของผู้ซื้อ จนผู้ซื้อต้องมีการเปรียบเทียบคุณสมบัติของสมาร์ทโฟนของแต่ละยี่ห้อ ว่าคุณสมบัติอันไหนตรงตามความต้องการของตนมากกว่ากัน

แม้บริษัทที่มีสินค้าประเภทสมาร์ทโฟนจะมีหลายยี่ห้อให้เลือก และมีหลายรุ่นให้เลือกสรร  อีกทั้งยังพยายามดึงดูดความสนใจผู้ซื้อตั้งแต่การออกแบบรูปร่างของโทรศัพท์ให้มีความทันสมัยมากขึ้น การแข่งขันกันในเรื่องความบางเบาและความแข็งแรงของเครื่อง  แต่จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีของระบบการทำงานของสมาร์ทโฟนนั้นจะมีเพียงแค่ 2 ระบบเท่านั้น นั่นคือ ระบบปฏิบัติการ Android และ ระบบปฏิบัติการ iOS

ขอพูดถึงข้อดีของระบบปฏิบัติการ Android และ ระบบปฏิบัติการ iOS ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร

ระบบปฏิบัติการ Android  มีความสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกได้ง่าย ไม่ว่าจะเสียบสาย USB กับคอมพิวเตอร์เครื่องไหนก็ตาม ก็รองรับได้หมด  อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการเปิดแอพพลิเคชั่นหลายๆ อันได้พร้อมกันโดยไม่มีปัญหาใด  นอกจากนี้สามารถปรับเปลี่ยนโฮมสกรีนได้หลากหลาย โดยปรับหน้าจอได้ตามใจเจ้าของเครื่อง ทำให้รู้สึกเสมือนว่ามีโทรศัพท์ใหม่ตลอดเวลา ละง่ายต่อการเคลื่อนย้ายไอคอนแอพพลิเคชั่นภายในสมาร์ทโฟน  ที่สำคัญเหมาะสำหรับคนที่ชอบใช้ Line เป็นอย่างมาก เพราะมีคีย์บอร์ดให้เลือกหลายรูปแบบ

ระบบปฏิบัติการ iOS  ระบบจะมีความซับซ้อนน้อย แต่เมื่อเริ่มใช้ระบบปฏิบัติ iOS จะต้องลงชื่อบัญชีก่อน  หลังจากนั้นจะสามารถใช้บริการได้ทั้งหมด ระบบปฏิบัตินี้มีจุดเด่นในเรื่องการให้บริการจากระบบส่วนกลาง อย่างเช่น iCloud  iTunes เป็นต้น โดยถือว่ามีความเป็นหนึ่งเดียวในการให้บริการที่เป็นระบบ ส่วนเรื่องการใช้งานบนสมาร์ทโฟนนั้น เมื่อเปิดแอพพลิเคชั่นในระบบนี้จะมีความลื่นไหล แม้ว่าจะมีการลงแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนมากแค่ไหนก็ตาม ก็ยังช่วยประหยัดพลังงานและสามารถใช้งานได้โดยไม่หน่วงหรือช้า  นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นที่ช่วยสร้างความบันเทิงให้กับผู้ใช้ให้เลือกจากระบบส่วนกลางได้มากมาย 

ล่าสุดระบบปฏิบัติการทั้ง 2 ระบบ ได้พยายามแข่งขันโดยการพัฒนาซอฟแวร์อยู่ตลอดเวลา ปัจจุบันระบบปฏิบัติการ  Android  อยู่ที่เวอร์ชั่น Android 5.x  ส่วนระบบปฏิบัติการ iOS  อยู่ที่เวอร์ชั่น iOS 8.x  

การเลือกใช้สมาร์ทโฟนสักเครื่องหนึ่ง ต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้ รวมถึงระบบที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด ด้วยเทคโนโลยีที่ได้มีการปรับเปลี่ยนให้มีความทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดการแข่งขันกันในตลาดธุรกิจสมาร์ทโฟน  ซึ่งถือว่าเป็นผลดีกับผู้บริโภคอย่างเรา แต่ผู้บริโภคก็ต้องใส่ใจเพื่อศึกษาถึงคุณสมบัติและเท่าทันกับเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน  

แหล่งข้อมูล: กองบรรณาธิการ

150 point

LINE it!





  เรื่องเกี่ยวข้อง: นิตยสารออนไลน์ ระบบปฏิบัติการ สมาร์ทโฟน

ฉบับที่ 231 มารู้จัก “ThaiFightCOVID” และ “Card2U”

        ฉบับนี้ยังคงมาย้ำเตือนให้ผู้อ่านทุกคนตระหนักถึงการป้องกันและเฝ้าระวังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กันอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าตัวเลขการติดเชื้อและจำนวนผู้เสียชีวิตในประเทศไทยจะลดลงก็ตาม        ปัจจุบันหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้พัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ขึ้นมาเพื่อให้ข้อมูลในการเฝ้าระวังอย่างมากมาย อย่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้พัฒนาแพลตฟอร์มที่คอยเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยใช้ชื่อว่า “ThaiFightCOVID” ซึ่งสามารถเข้าดูข้อมูลได้ที่ ThaiFightCOVID.depa.or.th ภายใน “ThaiFightCOVID” จะมีข้อมูลตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุข ข่าวสารที่รวบรวมจากประกาศรัฐบาล หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานที่ประกาศมาตรการการช่วยเหลือประชาชน รวมถึงประกาศจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรวบรวมข่าวสารจากสถานการณ์ทั่วโลกที่เกิดขึ้นด้วย          ต่อจากนั้นไม่นาน ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน “Card2U” ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ COVID-19 เพิ่มเติม ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Android และระบบปฏิบัติการ iOS เริ่มแรกผู้อ่านต้องลงทะเบียนโดยใช้ชื่อนามสกุล เบอร์โทรศัพท์ และสร้างรหัสผ่าน จากนั้นให้กดเพื่อรับการ์ด กรอกเพศและอายุเพื่อที่จะเข้าหน้าหลัก         หน้าหลักจะมีรูปการ์ดชื่อนามสกุลของผู้ใช้แอปพลิเคชัน และ QR Code ของการ์ดด้านข้าง ซึ่งด้านล่างจะมีหมวดต่างๆ ได้แก่ หมวดประกาศรัฐบาล หมวดไฮไลท์ข่าวประจำวัน หมวดประกาศหน่วยงานภาครัฐ หมวดตรวจสอบข่าวปลอม หมวดจำนวนผู้ติดเชื้อ หมวดพื้นที่เสี่ยง หมวดจดบันทึกการเดินทาง หมวดประเมินความเสี่ยง หมวดโรงพยาบาลที่รับตรวจโควิด หมวดโปรสู้โควิด หมวดรวมสายด่วน และหมวดไทยรู้สู้โควิด          หมวดประกาศรัฐบาล หมวดไฮไลท์ข่าวประจำวัน และหมวดประกาศหน่วยงานภาครัฐ จะเป็นการรวบรวมข้อมูลข่าวสารเหมือนกับ “ThaiFightCOVID” หมวดตรวจสอบข่าวปลอมจะเป็นข้อมูลข่าวสารจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย หมวดไทยรู้สู้โควิดจะเป็นข้อมูลข่าวสารจากหน้าเฟซบุ๊กไทยรู้สู้โควิด แต่หมวดจำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มข้อมูลผู้ติดเชื้อที่ละเอียดขึ้น และมีข้อมูลโรงพยาบาลที่รับตรวจพร้อมราคา ส่วนหมวดโรงพยาบาลที่รับตรวจโควิดจะเป็นการแจ้งโรงพยาบาลที่ใกล้ผู้ใช้แอปพลิเคชัน โดยจะมีข้อมูลที่อยู่ เบอร์ติดต่อ และแผนที่สำหรับเดินทาง         ความแตกต่างจาก “ThaiFightCOVID” คือ หมวดพื้นที่เสี่ยงจะแจ้งพิกัดจุดเสี่ยงบนแผนที่ประเทศไทย หมวดจดบันทึกการเดินทาง เพื่อให้ผู้ใช้แอปพลิเคชันเก็บข้อมูลการเดินทางโดยใช้วิธีเช็คอิน หมวดประเมินความเสี่ยงเป็นการตอบคำถามแบบประเมินความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ COVID-19 หมวดโปรสู้โควิดที่รวบรวมร้านอาหารพร้อมโปรโมชันมานำเสนอให้ผู้ใช้แอปพลิเคชัน และหมวดรวมสายด่วน เพิ่มขึ้นมา         ไม่ว่าจะเป็น “ThaiFightCOVID” หรือแอปพลิเคชัน “Card2U” ก็เป็นเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์และถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยให้คนไทยได้ตระหนักและเฝ้าระวังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างใกล้ชิด ดังนั้นต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันด้วยใจจริงๆ และอย่าลืมปฏิบัติตามหลักการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing) กันด้วยนะคะ

อ่านเพิ่มเติม>

ฉบับที่ 230 ติดตาม COVID-19 กับ COVID Tracker

        ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เป็นช่วงที่ทุกคนต้องการรับทราบข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์มาใช้ในการเฝ้าระวังตนเองและครอบครัวให้มากที่สุด โดยแต่ละคนอาจใช้วิธีการติดตามข้อมูลข่าวสารที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่น ติดตามจากโทรทัศน์ จากเฟสบุ๊ค จากทวิตเตอร์ จากจังหวัด จากชุมชน ฯลฯ ซึ่งข่าวสารที่ได้รับมาอาจมีข้อมูลที่มีความผิดพลาด บิดเบือน หรือไม่ถูกต้อง จนทำให้เกิดสภาวะตื่นตระหนกกับข้อมูลข่าวสารนั้นๆ แม้ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม        ฉบับนี้จึงมาแนะนำเว็บไซต์ที่เป็นเหมือนศูนย์เช็คข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีการอัพเดทข้อมูลข่าวสารการระบาดของเชื้อในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทยแบบเรียลไทม์ เว็บไซต์นี้มีชื่อว่า COVID Tracker หรือลิ้ง https://covidtracker.5lab.co/ ผู้ที่คิดค้นเป็นกลุ่มทีม 5lab ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น ได้เห็นว่ามีข่าวปลอมและข้อมูลที่แพร่สะพัดเป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่แน่ใจว่าจะเชื่อถือข้อมูลข่าวสารอันไหนดี ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้มีความคิดที่จะสร้างเว็บไซต์นี้ขึ้นมา เพื่อกลั่นกรองข้อมูลข่าวสารโดยการดึงข้อมูลจากสื่อหลักและหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือมาประกอบ         ปัจจุบันเว็บไซต์ COVID Tracker มีผู้ติดตามอยู่จำนวนมาก โดยหน้าหลักในเว็บไซต์ COVID Tracker จะแสดงภาพแผนที่ประเทศไทย และสัญลักษณ์เพื่อแสดงพิกัดของผู้ติดเชื้อทั่วประเทศไทย ซึ่งสัญลักษณ์ที่ใช้จะเป็นภาพไอคอนต่างๆ และสีที่แตกต่างกันเพื่อแสดงความหมายของสถานะผู้ป่วยและสถานะข่าวทีเกิดขึ้น ทั้งนี้ผู้ติดตามสามารถคลิกดูความหมายของไอคอนได้จากมุมด้านล่างซ้าย         สัญลักษณ์ไอคอนเหล่านี้จะแสดงบนแผนที่ประเทศไทย ตามพิกัดที่เกิดข่าวหรือมีผู้ป่วยเกิดขึ้น เมื่อคลิกบริเวณสัญลักษณ์ไอคอน ระบบจะแสดงข้อความที่มีรายละเอียดของผู้ป่วย รายละเอียดสถานที่ แจ้งวันที่เกิดข่าว รายงานสถานะของผู้ป่วย รวมทั้งแจ้งว่าเป็นข้อมูลที่ได้รับการยืนยันแล้วหรือไม่         ด้านบนสุดของหน้าเว็บไซต์จะเป็นตัวอักษรวิ่ง เพื่อแจ้งตัวเลขล่าสุดของจำนวนยอดสะสม จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่ม จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้ที่รักษาหาย ในแต่ละวัน และทางด้านบนขวาจะมีเมนูที่เขียนว่า ดูข่าวล่าสุด ซึ่งเป็นเมนูที่แจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเรียงเหตุการณ์ก่อนหลังจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในทุกข้อมูลที่ปรากฎอยู่บนหน้าเว็บไซต์จะลิ้งไปยังแหล่งข้อมูลที่แจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น โดยสามารถเข้าไปคลิกเพื่ออ่านข้อมูลจากแหล่งข้อมูลได้โดยตรง         เว็บไซต์ COVID Tracker ยังมีการรวบรวมข้อมูลพิกัด รายละเอียดและเบอร์โทรศัพท์ของโรงพยาบาลต่างๆ ไว้บนหน้าเว็บไซต์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ติดตามและผู้ป่วยที่ต้องการเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาล นอกจากนี้เว็บไซต์นี้ยังมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น และภาษาจีน เพื่อรองรับชาวต่างชาติอีกด้วย         สำหรับผู้ติดตามเว็บไซต์ COVID Tracker ยังสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านทางทวิตเตอร์ (Twitter) ได้ที่ @covidtrackerth ได้อีกช่องทางหนึ่ง         เว็บไซต์ COVID Tracker จึงเป็นเว็บไซต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการในการกลั่นกรองข้อมูลข่าวสารในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้ดีจริงๆ

อ่านเพิ่มเติม>

ฉบับที่ 229 ตรวจสอบอาการเบื้องต้น COVID-19 กับแอปพลิเคชั่น “ใกล้มือหมอ”

        ตั้งแต่ต้นปี 2563 สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เริ่มแพร่กระจายและขยายการติดเชื้อของประชาชนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมนี้ มีตัวเลขผู้ติดเชื้อเกินร้อยทุกวัน ภาครัฐได้มีมาตรการการเฝ้าระวังอาการ การกักตัวเองในบ้าน ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อหวังให้ประชาชนตระหนักและมีความรู้ความเข้าใจกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้         สิ่งหนึ่งที่ประชาชนสามารถเฝ้าระวังนั่นคือ การหลีกเลี่ยงไปสถานที่แออัด การล้างมือ การไม่ใช้มือสัมผัสหน้า จมูก ดวงตา การสวมใส่หน้ากากอนามัย เป็นต้น แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องเดินทางก็ควรต้องศึกษาข้อมูลการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันโดยการเฝ้าสังเกตอาการตนเองและคนรอบข้างอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้ทำแอปพลิเคชั่นเพื่อเป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับอาการต่างๆ ที่อาจต้องสงสัยว่าเป็นการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือเป็นอาการอื่นกันแน่         แอปพลิเคชั่นนี้มีชื่อว่า “ใกล้มือหมอ” สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ Android และระบบปฏิบัติการ iOS โดยขั้นแรกให้เลือกระบบการใช้งานเป็นบุคคลทั่วไป และกรอกชื่อนามสกุล เบอร์โทรศัพท์ และ E-Mail เพื่อลงทะเบียนเข้าใช้งาน        จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เกิดขึ้น ทำให้แอปพลิเคชั่นได้เพิ่มในส่วนของการติดตามเพื่อแจ้งข้อมูลจุดที่มีการติดเชื้อเกิดขึ้นให้ทราบว่าบริเวณใด โดยสามารถดูรายละเอียดได้ว่าผู้ติดเชื้อเป็นใคร และได้เพิ่มปุ่มในส่วนของการตรวจสอบอาการ COVID-19 เพื่อให้ผู้ใช้แอปพลิเคชั่นสามารถตรวจสอบอาการเบื้องต้นได้ด้วย         ขั้นตอนการตรวจสอบอาการ COVID-19 จะเป็นการให้ตอบคำถามตามอาการที่เกิดขึ้นจริง เช่น มีไข้สูงเกิน 38 องศา ไอแห้ง อ่อนเพลีย หายใจลำบาก หอบเหนื่อยผิดปกติหรือไม่ เป็นต้น เพื่อแอปพลิเคชั่นจะคำการวิเคราะห์ว่ามีแนวโน้มที่จะติดเชื้อหรือไม่ ถ้ามีแนวโน้มที่จะติดเชื้อจะมีปุ่มให้กดเพื่อดูข้อมูล เบอร์ติดต่อ ระยะทาง แผนที่ เพื่อให้ผู้ใช้แอปพลิเคชั่นสามารถติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ได้เร็วที่สุด          สำหรับอาการอื่นๆ ในแอปพลิเคชั่นนี้ได้รวบรวมหมวดการค้นหาอาการ การค้นหาข้อมูลโรคต่างๆ โดยการแบ่งลักษณะอาการป่วยออกตามอวัยวะภายในร่างกาย ตามประเภทโรคที่เกี่ยวข้อง และตามลักษณะอาการของโรค เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา เมื่อค้นหาได้แล้วจะเจอข้อมูลที่บอกลักษณะอาการที่เกิดขึ้นนั้นอย่างละเอียด มีวิธีการรักษา พร้อมทั้งวิดีโอแนะนำเพื่อให้เข้าใจมากขึ้น         ที่สำคัญแอปพลิเคชั่นใกล้มือหมอจะมีข้อความเตือนทุกขั้นตอนว่า การซื้อยามารับประทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรนั้น อาจก่อนให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ เช่น การแพ้ยา การดื้อยา หรือแม้กระทั่งเสียชีวิต         ดังนั้นเมื่อมีอาการใด ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดธรรมดา ปวดหัวตัวร้อน หรือสงสัยว่าจะติดเชื้อ COVID-19 อย่าซื้อยามารับประทานเองกันนะคะ ให้ใช้แอปพลิเคชั่นนี้เป็นตัวช่วยในการตรวจสอบอาการเบื้องต้น อย่างน้อยก็ช่วยลดความวิตกกังวลภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 พุ่งสูงขึ้นตลอดเวลา         มาดูแลสุขภาพให้แข็งแรง และลดการไปในสถานที่แออัดกันนะคะ

อ่านเพิ่มเติม>

ฉบับที่ 228 เปิด Moovit มั่นใจไม่ออกนอกเส้นทาง

        แม้ว่าจะใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพมหานครมานานมากแค่ไหน แต่ก็ใช่ว่าจะรู้เส้นทางทั่วทั้งหมด และเมื่อถึงคราวจำเป็นต้องเดินทางไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ก็ถึงเวลาคิดหนักถึงหนักมาก ต้องศึกษาเส้นทางการเดินทางอยู่นานเป็นวัน เพราะบางเส้นทางถ้าเลยจุดหมายเมื่อไรก็ต้องหาทางกลับตัวอีกยาว บางคนอาจกำลังคิดว่าทำไมไม่ขึ้นแท็กซี่ไปเลย บอกตรงๆ ก็อยากจะขึ้นแท็กซี่อยู่นะ แต่ในฐานะมนุษย์เงินเดือนที่ต้องบริหารเงินแบบเดือนชนเดือนอย่างเรา คงไม่มีเงินมากพอที่จะขึ้นแท็กซี่ได้ตลอด ยิ่งระยะทางไกลยิ่งดูดเงินในกระเป๋าอย่างหนัก ดังนั้นจึงต้องหันมาพึ่งรถโดยสารสาธารณะซึ่งเป็นทางออกที่ดีที่สุดกับเงินในกระเป๋า         ล่าสุดผู้เขียนต้องเดินทางไปอาคารหนึ่งที่อยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต ไม่มีบีทีเอส ไม่มีรถไฟใต้ดิน มีแต่รถโดยสารสาธารณะหรือรถเมล์เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับเงินในกระเป๋า แล้วขึ้นรถเมล์สายอะไรล่ะ ลงป้ายไหนล่ะ แบบนี้ต้องพึ่งพากูเกิ้ล ค้นหาไปเรื่อยๆ จนได้ไปเจอกับแอปพลิเคชันหนึ่งที่มาตอบโจทย์คำถามทุกสิ่งอย่างได้เป็นอย่างดี นั่นคือ แอปพลิเคชันที่มีชื่อว่า Moovit         แอปพลิเคชัน Moovit ใช้งานได้ง่ายมากไม่ซับซ้อน มีรายละเอียดอยู่ 3 หมวด ได้แก่ หมวด Directions หมวด Stations และหมวด Lines        หมวด Directions เป็นหมวดที่ใช้สำหรับพิมพ์สถานที่ที่ต้องการเดินทางไปเพื่อทำการค้นหาเส้นทาง โดยพิมพ์และกดค้นหา แอปพลิเคชันจะแสดงเส้นทางจากจุดที่ผู้ใช้แอปพลิเคชันอยู่ไปจนถึงจุดหมายที่ต้องการเดินทางไปถึง ซึ่งจะมีเส้นทางให้เลือกหลายเส้นทางพร้อมแจ้งเวลาในการเดินทาง ระยะทาง วิธีการเดินทางของแต่ละเส้นทางไว้ให้ตัดสินใจด้วย เมื่อเลือกเส้นทางได้แล้วสามารถกดเข้าไปดูแผนที่และข้อมูลรายละเอียดการเดินทางในแต่ละช่วงได้         ยกตัวอย่างเช่น จากจุดที่ยืนอยู่ให้เริ่มเดินไปประมาณ 500 เมตรจะเจอรถไฟใต้ดิน ขึ้นรถไฟใต้ดินไปลงสถานีลาดพร้าว ขึ้นรถเมล์สาย 92 โดยในการขึ้นรถเมล์นั้นจะมีรายละเอียดจำแนกจำนวนป้ายรถเมล์และชื่อป้ายรถเมล์ที่ต้องผ่านให้ด้วย หรือเพื่อเพิ่มความมั่นใจสามารถกดปุ่ม Navigate เพื่อให้รู้ว่าขณะนี้ผู้ใช้แอปพลิเคชันถึงจุดใดแล้วด้วยก็ได้        หมวด Stations เป็นหมวดที่ค้นหาป้ายรถเมล์ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟใต้ดิน แอร์พอร์ตลิงค์ เรือคลองแสนแสบ บริเวณใกล้จุดที่ค้นหา โดยแอปพลิเคชั่นจะบอกสายรถเมล์ที่ผ่านป้ายรถเมล์นั้นด้วย และถ้ามีสายรถเมล์ที่ต้องการเดินทางก็สามารถกดเข้าไปดูเส้นทางพร้อมข้อมูลรายละเอียดการเดินทางได้ทันที         สุดท้ายหมวด Lines เป็นหมวดที่ใช้ในการค้นหาป้ายรถเมล์ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟใต้ดิน แอร์พอร์ตลิงค์ เรือคลองแสนแสบทั้งหมดที่มีอยู่ แต่หมวดนี้จะมีความพิเศษเพิ่มสำหรับการค้นหารถเมล์ นั่นคือจะมีรูปป้ายรถเมล์ขึ้นบนแผนที่ซึ่งจะช่วยให้รู้เส้นทางชัดเจนยิ่งขึ้น         นอกจากนี้ยังมีแผนที่เส้นทางการเดินทางบีทีเอส รถไฟใต้ดิน แอร์พอร์ตลิงค์ และเส้นทางเดินคลองแสนแสบแบบออฟไลน์ให้ดาวน์โหลดเก็บไว้ในแอปพลิเคชั่นกรณีที่สมาร์ทโฟนไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อีกด้วย โดยขณะนี้แอปพลิเคชัน Moovit นี้สามารถใช้ได้ที่กรุงเทพมหานครและในเชียงใหม่เท่านั้น         การเดินทางด้วยรถเมล์ของผู้เขียนในครั้งนี้ แอปพลิเคชัน Moovit ช่วยได้ดีจริงๆ 

อ่านเพิ่มเติม>

ความคิดเห็น (0)