ฉบับที่ 268 ควบคุมดูแลสุขภาพด้วย CalkCal

        ปัจจุบันเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นกับร่างกายมีหลากหลายชนิดและเป็นที่ชื่นชอบกันมากโดยเฉพาะกลุ่มวัยเรียนและวัยทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่เลือกที่จะบริโภคเครื่องดื่มที่มีความหวาน อาทิ ชานมไข่มุก ชาเย็น กาแฟเย็น เป็นต้น อีกทั้งการเลือกบริโภคเครื่องดื่มที่มีความหวานเหล่านี้อาจช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า จึงทำให้บริโภคจำนวนมากในแต่ละวัน 
        กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้เผยถึงสถิติคนไทยติดหวานกินน้ำตาลเฉลี่ยวันละ 25 ช้อนชา ซึ่งมากกว่าที่ องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ที่ไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา ถึง 4 เท่า โดยพฤติกรรมเหล่านี้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ หลอดเลือดหัวใจ และฟันผุ ตามมาได้ 
        นอกจากความเสี่ยงข้างต้น ยังมีความเสี่ยงที่เกิดจากอาหารประเภทอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายจนเกิดโรคต่างๆ ตามมาได้อีก ดังนั้นการดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่จำเป็น โดยการเลือกบริโภคอาหารที่เหมาะสมในแต่ละวัน และตรงตามความต้องการของร่างกาย เพื่อควบคุมดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและห่างไกลจากโรคภัย ฉบับนี้มาแนะนำให้ลองมาใช้ตัวช่วยในการควบคุมอาหารกับแอปพลิเคชันCalkCal” กันดู ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ไม่ยุ่งยาก ง่ายต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก 




        แอปพลิเคชันนี้เน้นในเรื่องของการควบคุมอาหารเป็นหลัก ใช้งานในรูปแบบการบันทึกจำนวนแคลอรีโดยเลือกจากเมนูอาหารที่รับประทานในแต่ละมื้อ เมื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน จะสอบถามข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ เพศ ส่วนสูง น้ำหนัก รวมไปถึงเป้าหมายของการลดน้ำหนัก เพื่อนำมาคำนวณและหาค่าเฉลี่ยในการควบคุมพลังงานที่ควรได้รับในแต่ละวัน ภายในแอปพลิเคชันจะแบ่งหมวด 5 หมวด ได้แก่ หมวด Calories หมวด Statistic หมวด Exercise หมวด Setting และหมวด About Us 
        การใช้งานไม่มีความซับซ้อนใดๆ เมื่อผู้ใช้แอปพลิเคชันต้องการกรอกรายละเอียดมื้ออาหารที่รับประทานในแต่ละวัน ให้กดที่หมวด Calories จะปรากฎชื่อรายการอาหารพร้อมจำนวนแคลอรี เมื่อค้นหาเมนูอาหารเจอแล้ว จะต้องระบุจำนวนและเลือกมื้ออาหาร โดยจะแบ่งมื้ออาหารเป็น 4 มื้อ ได้แก่ มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น และมื้ออาหารว่าง กรณีที่ไม่เจอเมนูอาหารที่ต้องการสามารถเพิ่มรายการได้เอง ซึ่งให้กดเลือกปุ่มเครื่องหมายบวกที่อยู่ด้านบนขวามือ 
        หมวด Statistic ช่วยคำนวณปริมาณแคลอรี่ในแต่ละวันว่าควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารอย่างไร เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ส่วนหมวด Exercise จะเป็นรายการการออกกำลังกายพร้อมจำนวนแคลอรีที่จะถูกเผาผลาญออกไป 
        เป้าหมายของการห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บ ย่อมสัมพันธ์กับการเลือกรับประทานอาหาร ดังนั้นการควบคุมอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายอย่างแท้จริง รวมถึงการออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงสุขภาพดีได้ เลิกติดหวานและหันมาติดการออกกำลังกายและควบคุมอาหารให้เหมาะสมกันดีกว่า

แหล่งข้อมูล: กองบรรณาธิการ

0 point

LINE it!





  เรื่องเกี่ยวข้อง: นิตยสารออนไลน์ ผู้บริโภค CalkCal ดูแลสุขภาพ แอปพลิเคชัน

ฉบับที่ 280 ดูแลพัฒนาการ “KhunLook” ผ่านแอปพลิเคชัน

        เมื่อนึกถึงคำว่าครอบครัวมักจะมีภาพของเด็กน้อยตัวเล็กๆ เข้ามาเป็นองค์ประกอบหนึ่งเสมอ การเลี้ยงลูกนับเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของพ่อแม่ โดยเฉพาะช่วงวัยเด็กที่ต้องทะนุถนอมดูแลให้ลูกเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ วัยเด็กถือว่าเป็นวัยที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตและมีพัฒนาการในด้านต่างๆ ซึ่งพัฒนาการในการเจริญเติบโตของเด็กมีความสำคัญอย่างมาก ควรใส่ใจและส่งเสริมพัฒนาการในด้านต่างๆ อย่างเหมาะสม         การกระตุ้นพัฒนาการของเด็กให้สอดคล้องกับกระบวนการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในแต่ละด้าน มีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นตามแต่ละช่วงวัย ทั้งด้านร่างกาย ด้านสติปัญญา ด้านสังคมและอารมณ์ และด้านภาษา โดยการสังเกตพฤติกรรมของลูกอย่างใกล้ชิด ใส่ใจรายละเอียด พร้อมทั้งติดตามพัฒนาการ การเจริญเติบโต พัฒนาการทางสังคมและอารมณ์ และสุขภาพ         บางครั้งพ่อแม่มือใหม่อาจจะไม่เชี่ยวชาญกับการเลี้ยงลูก จนต้องมีการปรับตัวและศึกษาหาความรู้เพื่อให้เข้าใจในทุกกระบวนการในการพัฒนาการเจริญเติบโตให้ได้มากที่สุด เพื่อนำความรู้เหล่านั้นมาช่วยเฝ้าระวัง ส่งเสริมพัฒนาการและเพิ่มทักษะในการใช้ชีวิตให้กับลูก ซึ่งแอปพลิเคชัน “KhunLook” หรือ “คุณลูก” ได้เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นและได้รวบรวมข้อมูลมาไว้ภายในแอปพลิเคชันเรียบร้อยแล้ว เป็นแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์เพื่อช่วยในการดูแล ประเมิน และติดตามการเจริญเติบโต พัฒนาการและสุขภาพของคุณลูก         ข้อมูลหลักของ “KhunLook” เพื่อติดตามพัฒนาการของเด็กวัยแรกเกิดถึง 6 ขวบเป็นหลัก และเป็นที่เก็บบันทึกข้อมูลประจำตัวของคุณลูกไว้ได้ตลอดไป โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกที่จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวของคุณลูกไว้หรือจะแจ้งขอลบข้อมูลส่วนตัวออกจากระบบเมื่อไรก็ได้ เริ่มต้นการใช้งานโดยเข้าเมนูครอบครัวเพื่อบันทึกข้อมูลคุณพ่อคุณพ่อ ข้อมูลคุณลูกแต่ละคน เช่น ชื่อ วันเดือนปีเกิด เพศ น้ำหนักแรกเกิด ภาวะการขาดออกซิเจน กรุ๊ปเลือด จากนั้นให้เลือกเข้าถึงข้อมูลของคุณลูกที่ต้องการ ซึ่งภายในจะแบ่งออกเป็นเมนูการเจริญเติบโตที่บ่งบอกถึงเกณฑ์ความสูง น้ำหนักและขนาดรอบศีรษะ เมนูพัฒนาการด้านการใช้กล้ามเนื้อ การเข้าใจภาษา การช่วยเหลือตนเอง เมนูวัคซีนเป็นการบันทึกประวัติการได้รับวัคซีนในแต่ละช่วงวัย เมนูบันทึกประวัติการรักษาฟัน เมนูนัดหมายต่างๆ และเมนูบันทึกความทรงจำด้วยรูปภาพ         ทั้งนี้ภายในยังมีหมวดคำแนะนำที่ได้รวบรวมข้อมูลในแต่ละด้านไว้ ได้แก่ ข้อมูลอาหารของคุณลูกที่เหมาะสมแต่ละวัย ข้อมูลเพื่อส่งเสริมพัฒนาการ ข้อมูลการฉีดวัคซีนที่เหมาะสม ข้อมูลการดูแลฟันและช่องปาก ข้อมูลอุปกรณ์ ของเล่นและการป้องกันอุบัติเหตุ ข้อมูลการดูแลลูกในช่วงวันแรกเกิด ข้อมูลการตรวจประเมินสุขภาพ ข้อมูลเพื่อสุขภาพของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์         การบันทึกข้อมูลโดยมีแอปพลิเคชันเป็นเครื่องมือ ช่วยทำให้คุณพ่อคุณแม่ได้ทราบถึงพัฒนาการของคุณลูกได้ชัดเจนจากการประเมินพัฒนาการตามวัย กรณีที่จำเป็นต้องมีการเพิ่มเติมหรือเสริมพัฒนาการเพื่อกระตุ้นคุณลูก ก็สามารถอ่านคำแนะนำภายในแอปพลิเคชันได้ แอปพลิเคชัน “KhunLook” ถือว่าเป็นผู้ช่วยในการดูแลการเจริญเติบโตของคุณลูกและช่วยลดความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้ในระดับหนึ่ง

อ่านเพิ่มเติม>

ฉบับที่ 279 Green2Get ผู้ช่วยจัดการขยะ

        เมื่อสภาวะโลกร้อนเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและรูปแบบของสภาพอากาศในระยะยาว โดยปัจจุบันผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้ได้ทำให้ประชาชนบนโลกได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งผ่านสภาพอากาศที่แปรปรวน อย่างประเทศไทยที่ฤดูกาลเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด อากาศร้อนขึ้น หากเมื่อภาวะโลกร้อนทวีความรุนแรงต่อไปอย่างนี้ ทุกประเทศจะพบความเปลี่ยนแปลงที่จะส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศที่จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นอีก         สถานการณ์เหล่านี้เกิดจากการกระทำของประชาชนบนโลกที่ได้เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากการดำเนินชีวิตประจำวัน ได้แก่ การใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ การเปิดเครื่องปรับอากาศ การเปิดไฟ การใช้น้ำมันจากการขับรถ การใช้กระดาษ การใช้พลาสติกจากการบริโภค เป็นต้น ดังนั้น เพื่อให้สามารถบรรเทาหรือคงที่ปรากฏการณ์สภาวะโลกร้อนได้ สิ่งที่สำคัญนั่นคือ การที่ทุกคนร่วมมือกันเพื่อรักษาและฟื้นฟูสภาพแวดล้อม รวมไปถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้น         ในฐานะผู้บริโภคคนหนึ่ง สามารถมีส่วนร่วมในการช่วยทำให้บรรเทาปรากฏการณ์สภาวะโลกร้อนได้ โดยการเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตประจำวัน นอกจากการลด ละ เลิก และใช้ทรัพยากรให้มีคุณค่าสูงสุดแล้ว การตระหนักและใส่ใจในการแยกขยะก็เป็นแนวทางการแก้ปัญหาที่มีประโยชน์และได้ผลดีต่อสภาพแวดล้อมได้เช่นกัน         มารู้จักผู้ช่วยจัดการขยะในมือให้เกิดประโยชน์สูงสุด https://green2get.com หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ที่มีชื่อว่า “กรีนทูเก็ท”(Green2Get) เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การแยกขยะเป็นเรื่องง่าย ที่สามารถเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้นำกลับมาใช้ใหม่ หรือผู้รีไซเคิลได้ โดยภายในแอปพลิเคชันจะประกอบไปด้วย หมวดค้นหาวัสดุรีไซเคิล สินค้า และบาร์โค้ด ให้ผู้ใช้งานสามารถสแกนขยะของตนเองเพื่อคัดแยกได้ หมวดฐานข้อมูลวัสดุรีไซเคิล มีขยะหลากหลายประเภทที่ผู้รับรีไซเคิลรับซื้อ และหมวดแนะนำจุดรับและผู้รับวัสดุรีไซเคิล จะมีให้สแกนบาร์โค้ดเพื่อรับคำแนะนำการคัดแยกขยะ รวมถึงการคัดแยกที่ผู้บริโภคสามารถเพิ่มข้อมูลเองได้         วิธีการใช้งานแอปพลิเคชัน เริ่มจากการสแกนบาร์โค้ดบนสินค้า แล้วกดบันทึกข้อมูลการแยกขยะแต่ละผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีคู่มือการแยกขยะชนิดต่างๆ จากฐานข้อมูลที่ผู้ใช้แอปพลิเคชันได้ร่วมกันสร้างขึ้นมา เมื่อรวบรวมขยะได้ถึงปริมาณที่เพียงพอหรือที่เห็นว่าควรส่งต่อแล้ว ในแอปพลิเคชันจะให้เลือกส่งต่อในรูปแบบขายหรือรูปแบบให้ เพื่อส่งต่อให้กับผู้รับใกล้เคียงได้  โดยรองรับผู้รับวัสดุรีไซเคิลทุกประเภท ตั้งแต่บุคคล ร้านค้า ไปจนถึงโรงงาน อีกทั้งสามารถส่งต่อได้แม้มีปริมาณน้อย เมื่อได้ผู้รับวัสดุรีไซเคิลที่ต้องการแล้ว ระบบของแอปพลิเคชันจะแจ้งช่องทางการติดต่อหรือสถานที่รับส่งวัสดุรีไซเคิล ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานอีกด้วย         มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการขยะผ่านแอปพลิเคชัน “กรีนทูเก็ท”(Green2Get) เพื่อช่วยกันรักษาและฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ลดปรากฎการณ์สภาวะโลกร้อน จากสองมือของพวกเรากัน

อ่านเพิ่มเติม>

ฉบับที่ 278 ฮีลใจเพิ่มพลังผ่านแอปพลิเคชัน

        ฉบับนี้ขอแนะนำคำว่า “ภาวะหมดไฟ” เป็นความรู้สึกหมดพลัง เหนื่อยล้าทางอารมณ์ รู้สึกสูญเสียพลังจิตใจ ไม่มีกำลังใจ ไม่อยากทำอะไร ฯลฯ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นจากการทำงาน จากครอบครัว จากสังคมได้ทั้งสิ้น ภาวะเช่นนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน หลายคนที่เกิดภาวะหมดไฟจะพยายามหาทางออกในรูปแบบที่แตกต่างกันไป เช่น ทานอาหารอร่อยๆ นั่งเล่นตามร้านเบเกอรี่ เดินเล่นตามสถานที่ต่างๆ ไปท่องเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติ ช้อปปิ้ง ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ เป็นต้น         เมื่อจิตใจหมดพลัง การทำความเข้าใจและให้กำลังใจกับตนเองเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ณ ช่วงเวลานั้น ครั้งนี้จึงมาแนะนำการฮีลใจผ่านแอปพลิเคชัน 2 แอปพลิเคชัน ดังนี้ อันแรกคือ แอปพลิเคชัน WithU ที่มีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาขึ้นมาเพื่อส่งต่อความรู้สึกดีๆ ผ่านตัวอักษร ทำให้เกิดพลังบวกให้กับผู้อ่าน ลดความเครียดความวิตกกังวล พร้อมทั้งช่วยส่งเสริมและให้กำลังใจในเวลาท้อแท้ได้เป็นอย่างดี ขอยกตัวอย่างข้อความฮีลใจในแอปพลิเคชันนี้กันสักหน่อย             “วันนี้มันก็แค่วันแย่ๆ วันนึง เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เช้าแล้วนะ”             “วันนี้เธอเจออะไรมาบ้าง เหนื่อยมั๊ย สู้ๆน้าา กอดๆคนเก่ง”             “ขอให้ฝนหยุดตกในใจเธอ แล้วมีสายรุ้งเข้ามาแทนนะ”         ประโยคอาจจะดูเลี่ยนๆ หน่อย แต่เชื่อเถอะว่าสำหรับผู้ที่กำลังต้องการกำลังใจและเหนื่อยล้ากับชีวิต อ่านแล้วจะรู้สึกดีและมีพลังเดินต่อได้ เป็นประโยชน์ต่อการฮีลใจได้อย่างมาก         อันที่สอง แอปพลิเคชัน MOODA เป็นแอปพลิเคชันสำหรับบันทึกอารมณ์ความรู้สึกในแต่ละวัน ซึ่งรูปแบบในการบันทึกจะผ่านไอคอนสีหน้าตามอารมณ์หรือความรู้สึกแบบต่างๆ เพื่อแทนอารมณ์และความรู้สึกในแต่ละวัน มาพร้อมกับสีของไอคอนที่แตกต่างกันออกไปตามความรู้สึกนั้นๆ        การใช้งานภายในแอปพลิเคชัน MOODA จะเริ่มจากการกดมีสัญลักษณ์เครื่องหมายบวกด้านล่าง จากนั้นให้เลือกไอคอนสีหน้าตามอารมณ์ความรู้สึกในวันนั้น และเลือกวันเดือนปีที่ต้องการบันทึก ต่อมาจะเป็นขั้นตอนการใส่ข้อความตามความรู้สึกที่จะบอกให้ตัวเองได้รับรู้และเก็บบันทึกไว้อ่านในอนาคต และกดบันทึก หลังจากนั้นไอคอนจะปรากฎบนปฏิทิน         เมื่อผู้ใช้แอปพลิเคชันบันทึกอารมณ์ความรู้สึกทุกวัน จะช่วยทำให้เข้าใจตนเองว่าอารมณ์ความรู้สึกในแต่ละช่วงเป็นอย่างไร ซึ่งอาจจะช่วยในการปรับอารมณ์ได้ดีมากขึ้น         การได้อ่านข้อความฮีลใจและการได้ระบายบอกตนเองให้เท่าทันอารมณ์ความรู้สึก เป็นวิธีการอย่างหนึ่งที่จะลดความเครียด ความกดดัน ความวิตกกังวล ที่เกิดขึ้นภายในจิตใจไม่มากก็น้อย ลองมารักษาใจผ่านแอปพลิเคชันWithU และแอปพลิเคชัน MOODA กัน

อ่านเพิ่มเติม>

ฉบับที่ 277 เขียนคำให้ถูกต้องกับราชบัณฑิตยสถาน

        การทำงานในแต่ละอาชีพ บางครั้งจำเป็นต้องใช้เอกสารในการดำเนินเรื่อง อาจจะอยู่ในรูปแบบบันทึกข้อความ โครงการ ผลการดำเนินการ เอกสารการขออนุมัติ เป็นต้น ดังนั้นการเขียนเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์ได้นั้น นอกจากจะต้องเล่าเรื่องความเป็นมาได้แล้ว การเขียนก็มีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งการเขียนเอกสารสำคัญย่อมจำเป็นต้องเขียนให้ถูกต้องเสมอ         เมื่อถึงเวลาที่ต้องเขียนเอกสารเหล่านั้น หลายคนน่าจะเคยสะดุดกับคำบางคำ ที่ทำให้ไม่แน่ใจว่าต้องเขียนให้ถูกต้องอย่างไร ยิ่งถ้าอยู่ในแผนกที่ต้องให้ความสำคัญกับการเขียนและการสะกดคำที่ถูกต้องแล้วนั้น ยิ่งจำเป็นต้องค้นหาและตรวจสอบคำต่างๆ ตลอดเวลา ดังนั้นการมีตัวช่วยที่สามารถพกพาติดตัวไปได้ทุกที่ น่าจะเป็นเรื่องที่ตอบโจทย์ได้ดี         เมื่อต้องการค้นหาและตรวจสอบคำผิดถูก ทุกคนจะนึกถึงพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ผู้ที่ทำหน้าที่ดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดทำพจนานุกรม สารานุกรม อักขรานุกรม อนุกรมวิธาน การบัญญัติศัพท์วิชาการสาขาต่างๆ ซึ่งสามารถค้นหาและตรวจสอบคำถูกผิดฉบับออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ได้ที่ https://dictionary.orst.go.th/          อย่างไรก็ตาม ด้วยยุคสมัยปัจจุบัน เทคโนโลยีจะถูกนำมาย่อในรูปแบบแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน สำนักงานราชบัณฑิตยสภา จึงร่วมกับ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค เล็งเห็นความสำคัญและเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลวิชาการได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงได้พัฒนาแอปพลิเคชัน “ราชบัณฑิตยฯ โมไบล์” ที่มีชื่อว่า “แอปพลิเคชันพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน” และ “แอปพลิเคชันอ่านอย่างไรและเขียนอย่างไร ฉบับราชบัณฑิตยสถาน” ช่วยให้คนไทยใช้ภาษาไทยได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว         การใช้งานของทั้ง 2 แอปพลิเคชันไม่มีความซ้ำซ้อน เพียงแค่เข้าไปยังหมวดที่ต้องการและค้นหาคำศัพท์เท่านั้น โดยจะอธิบายความแตกต่างของหมวดภายในแอปพลิเคชัน ดังนี้         “แอปพลิเคชันพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน” จะแบ่งหมวดหมู่ออกเป็น 5 หมวด ได้แก่ หมวดค้นหาคำศัพท์ หมวดค้นตามหมวดอักษร หมวดประวัติการค้นหา หมวดบุ๊กมาร์ก และหมวดข้อมูลอื่นๆ                 “แอปพลิเคชันอ่านอย่างไรและเขียนอย่างไร ฉบับราชบัณฑิตยสถาน” จะแบ่งหมวดหมู่ออกเป็น 5 หมวด ได้แก่ หมวดอ่านอย่างไร หมวดเขียนอย่างไร หมวดประวัติการค้นหา หมวดบุ๊กมาร์ก และหมวดข้อมูลอื่นๆ         ทั้งนี้ หมวดบุ๊กมาร์ก เป็นหมวดที่ผู้ใช้แอปพลิเคชันได้บันทึกคำศัพท์ที่ค้นหาบ่อยหรือมีความพิเศษที่ต้องการเก็บไว้ และที่น่าสนใจ คือ หมวดข้อมูลอื่นๆ ในแอปพลิเคชันอ่านอย่างไรและเขียนอย่างไร ฉบับราชบัณฑิตยสถาน จะมีข้อมูลการสอนอ่านพยัญชนะ ตัวเลขบอกเวลา เลขหนังสือราชการ การอ่านเครื่องหมายต่างๆ ฯลฯ อีกด้วย         เพียงแค่มีแอปพลิเคชันของสำนักงานราชบัณฑิตยสภามาเป็นตัวช่วย การสะกดคำให้ถูกต้องก็จะไม่ยากอีกต่อไป 

อ่านเพิ่มเติม>

ความคิดเห็น (0)