ฉบับที่ 201 ออกกำลังกายกับแอพพลิเคชั่นนับก้าวเดิน

ข่าวการวิ่งรับบริจาคของ “ตูน บอดี้สแลม” ถูกจับตามองจากประชาชนทั้งประเทศ อีกทั้งการชักชวนให้ออกกำลังกายโดยการวิ่งก็เริ่มเป็นกระแสที่โด่งดังอีกครั้ง และกระแสดังกล่าวได้เป็นแรงกระตุ้นจนทำให้มีผู้คนหลายฝ่ายหันมาให้ความสนใจกับการวิ่งออกกำลังกายกันมากขึ้น  การวิ่งถือว่าเป็นการออกกำลังกายวิธีหนึ่ง ซึ่งส่งผลดีในหลายด้าน ได้แก่ ช่วยเบิร์นไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย เพิ่มกล้ามเนื้อ เพิ่มความแข็งแกร่ง สร้างภูมิคุ้มกัน ลดความเครียด ลดความวิตกกังวล และเป็นวิธีที่ช่วยฝึกฝนสมาธิอีกวิธีหนึ่ง หลายคนที่กำลังอยากจะออกกำลังกายโดยการวิ่ง แต่ร่างกายไม่พร้อมอาจหันมาให้ความสนใจในเรื่องการเดินเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงได้เช่นกัน เพราะการเดินก็เป็นรูปแบบหนึ่งของการออกกำลัง ลองเริ่มต้นจากการใช้แอพพลิเคชั่นที่ช่วยคำนวณการเคลื่อนไหวของร่างกายเป็นจุดเริ่มต้น โดยขอแนะนำแอพพลิเคชั่น “Moves” และแอพพลิเคชั่น “StepsApp” ซึ่งแอพพลิเคชั่นทั้งสองมีความคล้ายคลึงกันในการใช้งาน นั่นคือ ช่วยในการนับก้าวเดินในแต่ละวัน แต่มีรายละเอียดที่ความแตกต่างกันบางส่วน แอพพลิเคชั่น “Moves” นอกจากจะช่วยนับก้าวเดินในแต่ละวันแล้ว ยังสามารถช่วยนับก้าวขณะวิ่งได้ด้วย และเป็นแอพพลิเคชั่นที่สามารถบอกระยะทางเป็นเส้นทางการเดินทางในแต่ละวันได้ว่า เริ่มการใช้แอพพลิชั่นจากสถานที่ใดในช่วงเวลาใด ใช้เส้นทางใด และเดินทั้งหมดกี่ก้าว กี่กิโลเมตร หรือช่วงเวลาใดเดินทางด้วยรถ ซึ่งผู้ใช้แอพพลิเคชั่นสามารถเปิดดูเส้นทางที่มีลักษณะเป็นแผนที่ย้อนหลังได้ และยังสามารถคำนวณการเบิร์นแคลอรี่ สำหรับแอพพลิเคชั่น “StepsApp” มีความแตกต่างกับแอพพลิเคชั่น “Moves” โดย “StepsApp” จะสามารถตั้งเป้าหมายที่ผู้ใช้แอพพลิเคชั่นต้องการให้เป็นไปในแต่ละวัน ตั้งแต่จำนวนก้าวในการเดิน จำนวนปริมาณการเบิร์นแคลอรี่ ระยะทางเป็นกิโลเมตร และการระบุเวลาในการเดินทั้งหมด นอกจากนี้ยังสามารถเก็บเป็นสถิติเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน เพื่อนำมาเปรียบเทียบกันได้ ถ้ามีการตั้งเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว ภายในหน้าแอพพลิเคชั่น “StepsApp” จะมีสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าครบตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้ใช้แอพพลิเคชั่นเดินเพื่อออกกำลังกายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ทั้งแอพพลิเคชั่น “Moves” และแอพพลิเคชั่น “StepsApp” มีความแตกต่างกันเล็กน้อย ซึ่งการเลือกดาวน์โหลดลงมาใช้งานบนสมาร์ทโฟน ก็ต้องขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของผู้ใช้ว่าต้องการเลือกแบบใด เพราะการเลือกแอพพลิเคชั่นใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้ใช้เป็นหลักแต่ถ้าชอบทั้งคู่ ก็ดาวน์โหลดเก็บไว้ทั้ง “Moves” และ “StepsApp” เลยล่ะกัน

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 194 ZogZag กินเที่ยวนอนด้วยแอพพลิเคชั่นเดียว

ฉบับนี้ผู้เขียนขอพาเดินทางไปยังสถานีที่ท่องเที่ยวต่างๆ ด้วยแอพพลิเคชั่นทีให้บริการอย่างครบวงจร ซึ่งได้รวบรวมร้านอาหาร โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวไว้ในแอพพลิเคชั่นเดียวกัน โดยสามารถค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียงจากจุดที่ยืนอยู่ได้ รวมทั้งสามารถค้นหาสิ่งที่รวบรวมไว้ได้ทั้งประเทศ มารู้จักแอพพลิเคชั่นนี้กันดีกว่า แอพพลิเคชั่นนี้มีชื่อว่า ZogZag77 สิ่งแรกแอพพลิเคชั่นนี้จะให้เข้าสู่ระบบ โดยสามารถเลือกเข้าระบบโดยผ่านเฟสบุ๊คได้เลยหรือจะไม่เข้าสู่ระบบก็ได้ ภายในแอพพลิเคชั่นจะมีภาพแบ่งเป็นหมวดหมู่ ดังนี้ สถานที่ท่องเที่ยวใกล้คุณ ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก โปรโมชั่นส่วนลด ของฝาก ซอกแซกพาเที่ยว วางแผนประกันภัยการเดินทาง ค้นหาตามภาค และเบอร์โทรฉุกเฉิน ทั้งนี้ขอพูดถึงแค่หมวด สถานที่ท่องเที่ยวใกล้คุณ ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก ซอกแซกพาเที่ยว ค้นหาตามภาค และเบอร์โทรฉุกเฉิน นะคะ สถานที่ท่องเที่ยวใกล้คุณ ร้านอาหาร และโรงแรมที่พัก จะเป็นหมวดที่มีความเชื่อมต่อกันระหว่างข้อมูล เพราะเมื่อเข้าไปในหมวดนี้แอพพลิเคชั่นจะค้นหาร้านอาหาร โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียงให้ทราบ โดยจะบอกระยะทาง รายละเอียดพิกัด เบอร์โทรติดต่อ เวลาเปิดปิดทำการ และสามารถเชื่อมต่อกับแผนที่ของ google map ได้ด้วย แต่ผู้อ่านต้องมีการเปิดแชร์สถานที่บนสมาร์ทโฟนให้เรียบร้อยเสียก่อน แต่ถ้าผู้อ่านต้องการค้นหาสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และโรงแรมที่พักในจังหวัดอื่นๆ แนะนำให้ไปที่หมวดค้นหาตามภาค ซึ่งแอพพลิเคชั่นจะแบ่งเป็นภาคภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก หลังจากนั้นผู้อ่านสามารถเลือกจังหวัดที่ต้องการค้นหาได้ มาถึงหมวดของซอกแซกพาเที่ยว โดยแบ่งเป็นหมวดย่อย ดังนี้ เส้นทางแนะนำ เที่ยวตามใจ ททท. และแซ่บแซ่บ เริ่มจากเส้นทางแนะนำนั้นเป็นการแนะนำ เส้นทางการเดินทางสถานที่ท่องเที่ยวจากจังหวัดหนึ่งไปยังอีกจังหวัดหนึ่งโดยมีแผนที่และรายละเอียดของสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้น ในส่วนของเที่ยวตามใจจะเป็นการแบ่งประเภทการท่องเที่ยวออกเป็นทะเล ภูเขา มรดกโลก ร้านอาหารอร่อย และสถานที่ท่องเที่ยวช่วงกลางคืน  หมวด ททท. จะแบ่งสถานที่ท่องเที่ยวตามเดือนว่าในแต่ละเดือนนั้นจะมีประเพณีใดบ้าง สถานที่ใด และจังหวัดใด สุดท้ายแซ่บแซ่บ จะเน้นคนที่ชอบเดินทางค้นหาร้านอาหารที่อร่อยตามเส้นทางท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัด  ท้ายสุดเบอร์โทรฉุกเฉินของแอพพลิเคชั่นจะรวมทุกเบอร์โทรตั้งแต่หน่วยงานรัฐบาล เบอร์โรงพยาบาล เบอร์ธนาคาร เบอร์การขนส่งต่างๆ เบอร์น้ำไฟ เบอร์วิทยุเกี่ยวกับการจราจร เบอร์แหล่งสอบถามข้อมูลต่างๆ และเบอร์สายด่วน เหตุด่วน ฉุกเฉิน โดยสามารถเลือกจังหวัดที่ต้องการค้นหาเบอร์ต่างๆ ได้อีกด้วย ใครไม่ได้ค้นหาข้อมูลก่อนออกเดินทางลองดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นนี้มาก็น่าช่วยให้พร้อมที่จะออกเดินทางได้ทันที

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 190 สำรวจเส้นทางก่อนออกเดินทางกับ “iTIC”

เดือนธันวาคมเป็นเดือนแห่งการเดินทางท่องเที่ยว เชื่อว่าหลายคนคงเตรียมวางแผนหาแหล่งท่องเที่ยวในช่วงหยุดปีใหม่นี้เรียบร้อยแล้ว แต่ในช่วงหยุดยาวแบบนี้ สิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องการเดินทาง การวางแผนเส้นทางการเดินทางเพื่อไปแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จึงมีความสำคัญเช่นกัน ถ้ามีปัญหาในเส้นทางการจราจรก็คงทำให้ทริปการท่องเที่ยวไม่สนุกนัก ผู้เขียนได้เจอแอพพลิเคชั่นหนึ่งที่น่าสนใจในการให้ข้อมูลเส้นทางการเดินทางบนท้องถนนในประเทศไทย จัดทำโดยกรมการขนส่งทางบก และกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน แอพพลิเคชั่นนี้มีชื่อว่า “iTIC” เมื่อเข้าไปในแอพพลิเคชั่นจะปรากฏภาพแผนที่และเส้นทางการจราจร โดยบริเวณมุมบนขวามือจะมีสัญลักษณ์ 4 อัน ได้แก่ สัญลักษณ์รูปคน สัญลักษณ์รูปกล้อง สัญลักษณ์รูปกรวยจราจร และสัญลักษณ์รูปไฟจราจร โดยแต่ละสัญลักษณ์จะมีรูปแบบการบอกรายละเอียดที่แตกต่างกันไปสัญลักษณ์รูปคน จะเป็นปุ่มสำหรับรายงานเหตุการณ์หรือสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนท้องถนน ว่าบริเวณใดมีอุบัติเหตุ มีการก่อสร้าง หรือมีปัญหาใดเกิดขึ้นสัญลักษณ์รูปกล้อง จะเป็นปุ่มที่จะแสดงสัญลักษณ์บนแผนที่ เพื่อบอกว่าจุดใดมีกล้องบ้าง นอกจากนี้ผู้ใช้แอพพลิเคชั่นยังสามารถกดเข้าไปดูภาพของกล้องเพื่อให้ทราบสภาพการจราจรบนถนนบริเวณนั้นในเวลานั้นได้ทันทีสัญลักษณ์รูปกรวยจราจร จะเป็นปุ่มที่แสดงให้เห็นถึงการรายงานอุบัติเหตุ บริเวณสิ่งก่อสร้าง หรือปัญหาต่างๆ โดยสัญลักษณ์จะแตกต่างกันออกไปตามที่มีผู้รายงานเข้ามายังแอพพลิเคชั่นนี้ รวมถึงข้อมูลจากทางผู้จัดทำแอพพลิเคชั่นเอง อย่างเช่น รูปเครื่องอัศเจรีย์(เครื่องหมายตกใจ) รูปคนกำลังก่อสร้าง รูปรถเสีย เป็นต้น ซึ่งผู้ใช้แอพพลิเคชั่นสามารถกดเข้าไปดูรายละเอียดที่เกิดขึ้นได้สัญลักษณ์สุดท้ายคือ สัญลักษณ์รูปไฟจราจร เป็นการแสดงให้เห็นสภาพการจราจรบนท้องถนนตามเส้นทางต่างๆ ว่ามีสภาพการจราจรที่คล่องตัวหรือติดขัดมากเพียงใด โดยแอพพลิเคชั่นจะใช้สีในการแบ่งสภาพการจราจร อย่างเช่น สีเขียว สีส้ม และสีแดงอย่าลืมสำรวจเส้นทางและสภาพการจราจรก่อนออกเดินทางไปท่องเที่ยวกันนะคะ จะได้เที่ยวอย่างมีความสุข และไม่สะดุดกับการเดินทาง

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 189 สุขพอที่พ่อสอน

“...การใช้จ่ายอย่างประหยัดนั้น จะเป็นหลักประกันความสมบูรณ์พูนสุขของผู้ประหยัดเองและครอบครัว ช่วยป้องกันความขาดแคลนในวันข้างหน้า การประหยัดดังกล่าวนี้จะมีผลดีไม่เฉพาะผู้ที่ประหยัดเท่านั้น ยังเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติด้วย...”“...ความพอเพียงนี้ ก็แปลว่า ความพอประมาณและความมีเหตุผล พอเพียงนี้อาจจะมีมาก อาจจะมีของหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียนผู้อื่น ต้องให้พอประมาณตามอัตภาพ...”พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ผู้เขียนตั้งใจจะนำมาบอกต่อผู้อ่านให้รู้และน้อมนำไปปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อนำมาเป็นคติเตือนใจให้มีความพอดีและเพียงพอนอกจากพระราชดำรัสที่ยกมาบางส่วนนี้แล้ว ผู้อ่านสามารถเข้าถึงพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทที่คัดตัดตอนมาเผยแพร่ลงในแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า “สุขพอที่พ่อสอน”แอพพลิเคชั่น “สุขพอที่พ่อสอน” นี้ เกิดขึ้นจากสำนักราชเลขาธิการ ร่วมกับ สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทมาเผยแพร่ โดยพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทจะมีทั้งหมด 9 เรื่อง ได้แก่ การศึกษา การพัฒนา ความพอเพียง รู้จักสามัคคี ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ประโยชน์ส่วนรวม คุณธรรมจริยธรรม ความสุขและความปรารถนาดี และความยุติธรรมภายในแอพพลิเคชั่นจะมีอยู่ 5 หมวด ดังนี้ หมวดพระราชดำรัส หมวดพระบรมฉายาลักษณ์ หมวดเลือกข้อความ หมวดส่งต่อ และหมวดข้อมูล ซึ่งในทั้ง 5 หมวดนี้จะมีความเกี่ยวเนื่องกับ 9 เรื่องตามที่ได้กล่าวไปแล้ว โดยจะมีความแตกต่างกันไป ก็คือ หมวดพระราชดำรัส จะเป็นหมวดที่ผู้ใช้แอพพลิเคชั่นสามารถเลือกพระราชดำรัสที่ต้องการตามเรื่อง 9 เรื่อง หมวดนี้เป็นหมวดที่สำคัญ เนื่องจากผู้ใช้แอพพลิเคชั่นต้องเลือกเรื่องที่อยู่ภายในหมวดนี้ก่อน แล้วจึงไปอ่านพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทในหมวดอื่นที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามเรื่องที่ได้เลือกไว้หมวดพระบรมฉายาลักษณ์ จะเป็นภาพพระกรณียกิจในอิริยาบถต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้แอพพลิเคชั่นเลือกโดยอิงจากภาพพระกรณียกิจเหล่านั้น สำหรับหมวดเลือกข้อความ จะแบ่งตามข้อความพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาท เพื่อให้สะดวกในการหาพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทที่ต้องการ หมวดส่งต่อ เป็นหมวดที่ใช้เมื่อผู้ใช้แอพพลิเคชั่นได้เข้าไปดูพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทที่ต้องการภายในหมวดพระราชดำรัส หมวดพระบรมฉายาลักษณ์ และหมวดเลือกข้อความ โดยมีความต้องการที่จะเผยแพร่ผ่านเฟสบุ๊ค หรือส่งต่อไปยังเมล หรือต้องการบันทึกพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทนั้นไว้ ให้กดมาที่หมวดนี้ และหมวดสุดท้ายเป็นหมวดข้อมูล จะบอกรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดทำแอพพลิเคชั่นนี้พระราชดำรัสและพระบรมราโชวาท ภายในแอพพลิเคชั่นนี้ เป็นสิ่งที่ประชาชนชาวไทยควรน้อมนำไปปฏิบัติกันโดยทั่วหน้า เพื่อให้การดำเนินชีวิตประจำวันเป็นไปตามคำว่า “สุขพอที่พ่อสอน”

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 188 Running App

วันนี้บริษัทเทคโนโลยีไอทีเข้ามามีบทบาทต่อสุขภาพของเรามากขึ้น หลายคนเลือกใช้อุปกรณ์วัดความฟิตชนิดสวมที่ข้อมือ (ดูผลการทดสอบย้อนหลังได้ในฉลาดซื้อ เล่มที่ 184) หลายคนนิยมใช้ประโยชน์จากสมาร์ทโฟนที่มีอยู่ด้วยการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นสำหรับวัดและติดตามการออกกำลังกายมาใช้ แอปส่วนใหญ่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการดาวน์โหลด แต่อาจมีโฆษณาบนหน้าจอ หรือมีฟังก์ชั่นเพิ่มให้หากเราเลือกที่จะซื้อหรือสมัครเป็นสมาชิก แต่เดี๋ยวก่อน... แม้จะฟรีแต่เราก็ควรเลือกให้ดี เพราะเราจะไม่สามารถโอนข้อมูลที่บันทึกไว้ไปยังแอปใหม่ได้ ฉลาดซื้อ ฉบับนี้ขอนำเสนอผลทดสอบเปรียบเทียบแอปสำหรับการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง โดยเน้นเรื่องความแม่นยำในการบันทึกข้อมูลและการไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้เป็นหลัก เราทดสอบทั้งหมด 6 แอป ซึ่งได้รับความนิยมสูงในร้านApp Store และ Google Play ได้แก่   1. Adidas Train and run(iOS และ Android)2. Endomondo Running & walking(iOS และ Android)3. Nike Nike+ Running(iOS และ Android)4. Runkeeper GPS Track Run Walk(iOS และ Android)5. Runtastic Running & Fitness(iOS และ Android)6. Sports Tracker Running Cycling(iOS และ Android) โทรศัพท์ที่ใช้ในการทดสอบได้แก่iPhone 6S (iOS9.2) และ Google Nexus 5X(Android 6.0) ประเด็นทดสอบและผลการเปรียบเทียบในภาพรวม• ประวัติการวิ่ง– การบันทึกและแสดงข้อมูล / เวลา ความเร็ว ระยะทาง แคลอรี่ การเปลี่ยนระดับความชัน การพยากรณ์อากาศ น้ำหนักตัว ฯลฯ Runtastic/RunkeeperและEndomondoทำได้ดี • ความหลากหลายของฟีเจอร์/ฟังก์ชั่นต่างๆ –Runtastic/Runkeeperและ Nike+ (iOS)มีให้เลือกมากกว่า ทั้งฟีเจอร์ระหว่างการออกกำลังและฟีเจอร์ทั่วไป เช่น ข้อมูลโภชนาการ แผนการวิ่ง และเพลงประกอบ • ความสะดวกในการใช้ดูจากการใช้ประจำวัน การรับสายเข้า การตั้งค่า และความยากง่ายในการใช้ เวลาในการเปิดแอป การจัดวางข้อความบนหน้าจอ ปุ่มกด เมนู ขนาดไอคอน และการออกแบบเมนู เรื่องนี้ต้องยกให้ Endomondo/ SportsTracker/ Nike+และ Adidas (iOS) • ประสิทธิภาพได้แก่ความแม่นยำในการวัดระยะทาง การประหยัดพลังงาน รวมไปถึงโฆษณาและป็อปอัป แอปที่ได้คะแนนนำได้แก่ Runkeeper (Android)/SportsTracker(Android)/ Adidas และNike+(iOS) ในภาพรวมพบว่า ความผิดพลาดสูงสุดในเรื่องการวัดระยะทางของแอปเหล่านี้อยู่ที่ประมาณร้อยละ 3เท่านั้น ส่วนระยะเวลาในการใช้งานแบตเตอรี่อยู่ระหว่าง 258 นาทีถึง 331 นาทีแอปที่มาที่หนึ่งคือEndomondo (Android)และเข้าที่โหล่ได้แก่ Nike+ (Android) • เว็บไซต์ที่ผู้ใช้สามารถเข้าไปตรวจสอบบันทึกการวิ่ง ที่ทำได้เกินหน้าใครได้แก่Endomondo/Runtastic/SportsTrackerและ Runkeeperแต่ที่ไม่เข้าตากรรมการเลยคือAdidas • การมีส่วนร่วมกับสังคมออนไลน์เช่นชวนเพื่อน แชร์ผล หรือส่ง/รับคำท้าวิ่ง เป็นต้น • ความเป็นส่วนตัวเนื่องจากแอปเหล่านี้ต้องใช้คู่กับสมาร์ทโฟนของเราซึ่งมีข้อมูลต่างๆ อยู่มากมาย ทีมทดสอบจึงติดตามการเดินทางของข้อมูลในโทรศัพท์ของผู้ใช้ด้วย เขาพบว่า Endomondo/ Adidas (Android)/RunkeeperและSportsTracker(iOS)แอบส่ง “หมายเลขประจำตัว” ของโทรศัพท์ไปยังบุคคลที่สาม นั่นหมายความว่าบริษัทโฆษณาจะสามารถสร้างโปรไฟล์ผู้ใช้และติดตามพฤติกรรมของเจ้าของโทรศัพท์ได้ นอกจากนี้แอปบางตัว เช่น Endomondo (Android) และ Runkeeperยังแชร์ตำแหน่งที่อยู่ของผู้ใช้กับบริษัทโฆษณา ในขณะที่ Runkeeper(Android) แชร์ที่อยู่อีเมล์กับพาร์ทเนอร์ของบริษัทและพยายามขอเข้าดูข้อมูลการใช้โทรศัพท์ด้วย ถ้าเรื่องความเป็นส่วนตัวเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคุณ เราขอแนะนำ Nike+ / Adidas/RuntasticและSportsTracker(Android)-------------------------------------------- ชนิดของข้อมูลที่แอปฯ ต้องการจากคุณ แยกตามระดับความอ่อนไหวข้อมูลทั่วไปข้อมูลเกี่ยวกับตัวเครื่อง: ยี่ห้อ รุ่น ระบบปฏิบัติการ ความละเอียดหน้าจอผู้ให้บริการเครือข่ายชื่อเครือข่าย wifiที่ใช้เชื่อมต่อ ข้อมูลที่มีความอ่อนไหวหมายเลขประจำตัวเครื่อง (UID IFA …)IMEI ข้อมูลที่มีความอ่อนไหวมากที่อยู่อีเมล์ของผู้ใช้โทรศัพท์รหัสผ่านต่างๆหมายเลขโทรศัพท์ประวัติการเข้าชมหน้าเว็บพิกัด GPSรูปถ่ายที่เก็บในโทรศัพท์ประวัติการโทรออก/รับสายเนื้อหาในอีเมล์เนื้อหาในข้อความสั้น (SMS)รายชื่อผู้ติดต่อ (ชื่อ ที่อยู่ อีเมล หมายเลขโทรศัพท์)           

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 187 ไปรษณีย์ไทยในยุคโซเชียลมีเดีย

ยุคสมัยนี้การใช้โซเชียลมีเดียถูกกลมกลืนและผสมผสานเป็นเนื้อเดียวกันกับการใช้ชีวิตประจำวันของคนในสังคมโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงจากการอ่านข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์มาเป็นเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ออนไลน์ เว็บไซต์รวมข้อมูลข่าวสารต่างๆ หรือต้องการค้นหาข้อมูลใดที่อยากทราบก็สามารถใช้โซเชียลมีเดียบนสมาร์ทโฟนได้ทันที โดยไม่ต้องเข้าห้องสมุดเหมือนสมัยก่อน ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีความทันสมัยทำให้การใช้ชีวิตในสังคมมีความสะดวกสบายรวดเร็วเป็นอย่างมาก หลายบริการที่เกิดขึ้นผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ทำให้ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินชีวิต อย่างองค์กรหนึ่งที่ได้ก่อตั้งมาเมื่อปีพุทธศักราช 2423 นั่นคือ  ไปรษณีย์ไทย ได้พยายามพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบัน ทำให้ไปรษณีย์ไทย ได้มีบริการสั่งอาหารที่ขึ้นชื่อในแต่ละจังหวัดจากทั่วประเทศ เพื่อจัดส่งผ่านบริการไปรษณีย์ไทย โดยสามารถเข้าไปสั่งผ่านหน้าเว็บไซต์ http://thailandpostmart.com หรือสามารถสั่งผ่านแอพพลิเคชั่น Post e-Mart ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีสินค้าของไปรษณีย์ไทยเองด้วย และเมื่อพูดถึงไปรษณีย์ไทย ก็ต้องพูดถึงการบริการส่งจดหมาย และพัสดุต่างๆ  ซึ่งการบริการของไปรษณีย์ไทยมีอยู่หลายรูปแบบ ทั้งการส่งแบบธรรมดา ส่งแบบลงทะเบียน เป็นต้น ผู้อ่านที่เคยใช้บริการและอยู่ในวัย 30 ปีขึ้นไป น่าจะได้สัมผัสกับการบริการไปรษณีย์แบบดั้งเดิม ก็คือ ต้องคาดการณ์เองว่าจดหมายที่ส่งไปหาผู้รับปลายทางนั้นจะเดินทางถึงเมื่อไร แต่ในปัจจุบันไปรษณีย์ไทยได้พัฒนาจนทำให้ผู้ส่งสามารถเช็คจดหมายหรือพัสดุว่าอยู่ที่ไหนและส่งไปถึงผู้รับหรือยัง ช่องทางการตรวจสอบมีทั้งทางเว็บไซต์ http://track.thailandpost.co.th/tracking/default.aspx  และแอพพลิเคชั่น Track & Trace  ซึ่งจะทำให้ทราบว่าอยู่ในขั้นตอนใด   ภายในแอพพลิเคชั่น Track & Trace  จะมีหมวดต่างๆ ได้แก่ หมวดการคำนวณอัตราค่าส่ง ค้นหาสาขาไปรษณีย์ไทย หมวดสถิติการใช้แอพพลิเคชั่น หมวดตรวจสอบเร่งด่วน เพื่อค้นหาหมายเลขพัสดุหมวดรายการสิ่งของ ในหมวดนี้จะเป็นการบันทึกจดหมายหรือพัสดุไว้ เพื่อให้แอพพลิเคชั่นแจ้งเตือนเมื่อจดหมายหรือพัสดุดำเนินการอยู่ในขั้นตอนไหน โดยจะมีการดำเนินงานของไปรษณีย์ 4 ขั้น ซึ่งในแต่ละขั้นจะมีสัญลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่นการแจ้งว่าอยู่ระหว่างทางนำส่ง กำลังนำจ่าย ถึงผู้รับปลายทาง หรือแม้กระทั่งแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นถ้าจดหมายหรือพัสดุไม่ถึงผู้รับปลายทาง  ทั้งนี้การตรวจสอบในกระบวนการดังกล่าว จะสามารถตรวจสอบได้เฉพาะจดหมายหรือพัสดุที่ลงทะเบียนเท่านั้นนะคะ โดยดูที่ใบเสร็จรับเงินจะมีหมายเลขการลงทะเบียนปรากฏไว้ ลองใช้บริการสักครั้งนะคะ เผื่อจะติดใจ...

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 186 บันทึกเบอร์โทรศัพท์ด้วยการถ่ายรูปนามบัตร

    ผู้เขียนจำได้ว่าในสมัยก่อนที่การใช้โทรศัพท์มือถือยังไม่เป็นที่นิยมแบบในปัจจุบัน สมุดจดเบอร์โทรศัพท์เป็นที่นิยมกันมากในสมัยนั้น ส่วนใหญ่มักจะนิยมซื้อสมุดจดเบอร์โทรศัพท์เล็กๆ พกติดตัวไว้เสมอ เมื่อต้องการติดต่อใครก็จะนำสมุดจดเบอร์โทรศัพท์ออกมาดูและหาตู้โทรศัพท์สาธารณะหยอดเหรียญหรือใช้บัตรโทรศัพท์เพื่อติดต่อกับคนปลายสาย  แต่เมื่อกาลเวลาและยุคสมัยเปลี่ยนไป เทคโนโลยีมีความก้าวหน้ากันมากขึ้น โทรศัพท์มือถือจึงถูกนำมาใช้แทนที่สมุดจดเบอร์โทรศัพท์ที่เคยมีมา และจากวิวัฒนาการที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยี ทำให้ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือสามารถบันทึกเบอร์โทรศัพท์ได้มากทีเดียว ถ้าการบันทึกเบอร์โทรศัพท์ลงในโทรศัพท์มือถือมีจำนวนไม่มาก ผู้อ่านก็สามารถพิมพ์บันทึกได้อย่างไม่ลำบาก แต่ถ้าต้องการบันทึกเบอร์โทรศัพท์มากกว่า 10 เบอร์ ก็คงต้องใช้เวลาในการบันทึกมากทีเดียว แล้วถ้าไม่มีเวลาขนาดนั้น วันนี้ผู้เขียนขอแนะนำแอพพลิเคชั่นที่จะช่วยให้ง่ายในการบันทึกเบอร์โทรศัพท์ลงในเครื่อง โดยมีข้อแม้ว่าต้องมีนามบัตรที่มีรายละเอียดชื่อ เบอร์โทร เป็นต้นให้ผู้อ่านดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า CamCard เมื่อเปิดแอพพลิเคชั่นสามารถเริ่มต้นโดยการกดที่สัญลักษณ์กล้องถ่ายรูป จากนั้นให้ถ่ายรูปนามบัตรที่มีอยู่ หลังจากนั้นแอพพลิเคชั่นจะอ่านข้อมูลบนนามบัตรนั้น  ซึ่งจะแบ่งเป็นชื่อนามสกุล เบอร์โทรศัพท์ เบอร์โทรสาร เบอร์โทรศัพท์มือถือ ที่อยู่ เมล์ รวมถึงจะมีภาพแผนที่ของ google ระบุตำแหน่งของที่อยู่ด้วย จากนั้นให้กดบันทึก หรือทำการแก้ไขข้อมูลด้วยตนเองก่อนบันทึกก็ได้ ข้อมูลต่างๆ ภายในนามบัตรก็จะถูกบันทึกไว้ในแอพพลิเคชั่น พร้อมกับรูปถ่ายนามบัตรนั้นทันที นอกจากนี้ข้อมูลต่างๆ นั้นจะไปปรากฏอยู่ใน Contact รายชื่อในสมุดโทรศัพท์ในเครื่องในเวลาเดียวกัน  ในแอพพลิเคชั่นนี้จะสามารถเลือกวิธีการเรียงลำดับของนามบัตรที่ถูกถ่ายรูปไปได้ ทั้งเรียงโดยวันที่ที่ทำการบันทึก เรียงโดยรายชื่อ และเรียงโดยชื่อบริษัท เพื่อความสะดวกในการค้นหาภายหลังทั้งนี้ผู้เขียนขอแนะนำว่าแอพพลิเคชั่น CamCard จะมีประสิทธิภาพในการอ่านนามบัตรภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาไทย แต่อย่างไรก็ตามก่อนการกดบันทึก ผู้อ่านก็สามารถแก้ไขรายละเอียดที่ไม่ถูกต้องให้ถูกต้องก่อนได้เช่นกันอย่างน้อยแอพพลิเคชั่น CamCard ก็ช่วยลดเวลาในการบันทึกเบอร์โทรศัพท์ทีละเบอร์ได้ และเหมาะที่สุดสำหรับผู้อ่านที่ต้องติดต่อลูกค้าเป็นจำนวนมาก

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 185 เพิ่มพื้นที่ความจำในสมาร์ทโฟน

ผู้อ่านรู้สึกกันบ้างไหมคะ ทำไมสมาร์ทโฟนที่ใช้กันอยู่นั้น เมื่อซื้อมาใช้ในช่วงแรกๆ ความเร็วในการใช้เครื่องสูงมาก ลื่นปื๊ดสมกับเป็นเครื่องสมาร์ทโฟนที่เพิ่งแกะออกมาจากกล่อง สามารถเข้าโปรแกรมแอพพลิเคชั่นได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อใช้ไปนานๆ ความรวดเร็วเหล่านั้นกลับลดน้อยลง จะเริ่มสัมผัสได้ถึงความรู้สึกช้าๆ หน่วงๆ ของเครื่องสมาร์ทโฟนไม่เหมือนเมื่อก่อน หลายคนอาจจะถามกลับว่า คุณมีรูปในเครื่องมากเกินไปหรือเปล่า มีข้อมูลที่เก็บในเครื่องมากหรือเปล่า ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่เชื่อได้เลยคะว่าหลายคนก็เคยลบรูปและข้อมูลต่างๆ ภายในเครื่องสมาร์ทโฟนนั้นแล้ว แต่ก็ยังคงมีอาการเช่นเดิม และความจุในเครื่องสมาร์ทโฟนก็ยังไม่ลดลง และเป็นไปตามที่คาดหมายเช่นเดิม เพราะอาการเหล่านั้นก็ยังอยู่ ในระบบปฏิบัติการ Android  ขอแนะนำให้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นล้างข้อมูลใน Play Store  อย่างเช่น แอพพลิเคชั่น ใช้เพื่อเคลียร์ข้อมูลบ้าง และลบแอพพลิเคชั่นที่ไม่ได้ใช้งานออก โดยให้เข้าไปลบแอพพลิเคชั่นในเมนูการตั้งค่า เพื่อให้แอพพลิเคชั่นนั้นถูกลบจากเครื่องสมาร์ทโฟนทั้งหมด ซึ่งผู้อ่านสามารถเข้าไปที่การตั้งค่า เลือกแอพพลิเคชั่น จากนั้นเลือกการจัดการแอพพลิเคชั่น และลบการติดตั้งแอพพลิเคชั่นนั้น     ขอเน้นย้ำว่าต้องเข้าไปลบในส่วนของเมนู เพราะการลบแค่หน้าจอ อาจลบไปแค่แอพพลิเคชั่น แต่ข้อมูลที่ฝังอยู่ในความจำเครื่องสมาร์ทโฟน อาจจะไม่ได้ถูกลบออกไปด้วย ส่วนระบบปฏิบัติการ iOS ก็แนะนำให้ลบแอพพลิเคชั่นที่ไม่ได้ใช้งานออกเช่นกัน แต่ที่อยากแนะนำเพิ่มเติมในระบบปฏิบัติการ iOS ก็คือ การลบแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานประจำ และดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นนั้นใหม่ เนื่องจากการใช้แอพพลิเคชั่นนั้นเป็นเวลานานๆ ข้อมูลต่างๆ ที่ใช้จะถูกสะสมไว้ ซึ่งมีผลทำให้เพิ่มพื้นที่ความจำในเครื่องสมาร์ทโฟน  ดังนั้นการลบแอพพลิเคชั่นและดาวน์โหลดใหม่จะช่วยทำให้พื้นที่ในความจำเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง ขั้นตอนแรกให้ผู้อ่านเข้าไปดูรายละเอียดการใช้พื้นที่ในเครื่องสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะในส่วนของการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น ส่วนใหญ่จะอยู่ในเมนู setting หรือการตั้งค่า เลือก General หรือทั่วไป  จากนั้นเลือกการใช้งานเนื้อที่เก็บข้อมูล และเลือกจัดการเนื้อที่เก็บข้อมูลเมื่อเข้าไปในส่วนจัดการเนื้อที่เก็บข้อมูล จะทำให้เห็นพื้นที่ความจำในเครื่องทั้งหมด เพื่อให้ผู้อ่านรู้ว่าแอพพลิเคชั่นใดที่ใช้พื้นที่ในเครื่องมากที่สุด และสามารถลบแอพพลิเคชั่นในส่วนนี้ได้เลยก่อนที่จะลบแอพพลิเคชั่นและติดตั้งแอพพลิเคชั่นใหม่ ผู้อ่านต้องสำรวจและแน่ใจว่าในแอพพลิเคชั่นที่จะทำการดาวน์โหลดใหม่นั้น ไม่มีข้อมูลที่สำคัญเก็บไว้ เนื่องจากเมื่อทำการลบแอพพลิเคชั่นไปแล้ว ข้อมูลต่างๆ จะถูกลบไปด้วยทันที อย่างเช่น ข้อความใน Line  เป็นต้นขอเน้นย้ำว่าอย่าลืมดูข้อมูลภายในแอพพลิเคชั่นที่ต้องการจะลบให้แน่ใจก่อนที่ข้อมูลจะหายไปอย่างถาวร

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 184 ติดตามแจ้งเบาะแสเด็กหายผ่าน ThaiMissing

    ปัจจุบันมีบุคคลที่สูญหายเป็นจำนวนมาก โดยจะเห็นได้จากข่าวสารบนหน้าหนังสือพิมพ์หรือข่าวสารในโทรทัศน์ช่องต่างๆ ที่ประกาศตามหาบุคคลที่หายไป โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นเด็กและผู้สูงอายุ ทั้งนี้ได้มีองค์กรหนึ่งที่ให้ความช่วยเหลือและพยายามติดตามหาบุคคลที่สูญหายเหล่านั้น ซึ่งมักจะมุ่งติดตามเด็กเป็นส่วนใหญ่ มูลนิธิกระจกเงาเป็นองค์อันดับต้นๆ ที่จะมีคนนึกถึงและแจ้งเบาะแสเรื่องเด็กที่สูญหาย ด้วยสังคมปัจจุบันหันนิยมใช้โซเชียลมีเดียกันเป็นจำนวนมาก การขอความช่วยเหลือและแจ้งเบาะแสจึงนิยมใช้โซเชียลมีเดียเป็นตัวกลางในการติดตามเด็กที่สูญหาย แอพพลิเคชั่น ThaiMissing เป็นแอพพลิเคชั่นของมูลนิธิกระจกเงา ที่คำนึงถึงการใช้สื่อทางโซเชียลมีเดียเป็นตัวกลางและเป็นการเพิ่มช่องทางให้ประชาชนทั่วไปได้แจ้งเบาะแสต่างๆ และติดตามคนที่สูญหายโดยผ่านแอพพลิเคชั่นนี้การเริ่มต้นการใช้แอพพลิเคชั่น ThaiMissing จะสามารถเข้าใช้งานได้ 2 แบบ คือ แบบทั่วไปโดยไม่ทำการ log in และการเข้าใช้ระบบด้วยการ log in ผ่าน facebook การเข้าระบบผ่าน facebook จะช่วยให้สามารถใช้แอพพลิเคชั่นแจ้งเบาะแสได้ดีขึ้นและเป็นการยืนยันตัวตนของผู้แจ้งอีกด้วยภายในแอพพลิเคชั่นจะแบ่งออกเป็นหมวด ได้แก่ หมวดติดตามรายบุคคล จะเป็นข้อมูลต่างๆ ของบุคคลที่สูญหายว่ามีใคร และมีรายละเอียดอย่างไร นอกจากนี้ในหมวดนี้ยังมีปุ่มให้แจ้งเบาะแส สำหรับผู้ที่ทราบข้อมูลหรือพบเห็นบุคคลที่สูญหาย โดยการส่งเป็นข้อความหรือรูปภาพ และการแชร์สถานที่บริเวณที่พบเห็นบุคคลที่สูญหายได้ทันที หมวดข้อมูลเผยแพร่จะเป็นหมวดที่ให้ข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ ข้อควรรู้เกี่ยวกับบุคคลที่สูญหาย ส่วนอีกสองหมวด คือ หมวดติดตาม ซึ่งเป็นหมวดที่ผู้ใช้แอพพลิเคชั่นจะสามารถตั้งค่าแจ้งเตือนตนเองเมื่อมีบุคคลสูญหายภายในพื้นที่ที่ตนเองอาศัยอยู่ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้สามารถช่วยสังเกตเมื่อได้พบเห็นบุคคลที่สูญหายไปและแจ้งเบาะแสได้ทันถ่วงที และหมวดสมาชิกในครอบครัว ซึ่งจะเป็นหมวดที่มีไว้สำหรับแจ้งบุคคลภายในครอบครัวตนเองหรือคนรู้จักสูญหายไป การมีแอพพลิเคชั่นนี้ในสมาร์ทโฟน จะเป็นการช่วยเหลือสังคมและครอบครัวผู้อื่นโดยไม่ยุ่งยาก  เมื่อพบเห็นบุคคลที่คาดว่าเป็นบุคคลที่ติดตามค้นหาอยู่ก็สามารถแจ้งเบาะแสและแชร์สถานที่ที่พบเห็นได้ทันทีผ่านแอพพลิเคชั่น เพียงแค่ใช้การสังเกต ติดตามข้อมูลผ่านแอพพลิเคชั่นนี้ก็ถือว่าเป็นการช่วยเหลือสังคมได้อีกทางหนึ่ง

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 183 เท่าทันแคลอรี่กับ Scannerd Plus

อากาศร้อนอบอ้าวต่อเนื่องแบบนี้ หลายคนคงดับกระหายคลายร้อนด้วยเครื่องดื่มเย็นๆ โดยเฉพาะน้ำอัดลม น่าจะเป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่จะเลือกหยิบมาบริโภค  ไม่ใช่เพียงแต่แค่น้ำอัดลมเท่านั้น แต่เครื่องดื่มจำพวกที่ให้น้ำตาลเป็นหลักหลายประเภทมักจะถูกเลือกหยิบมาช่วยคลายร้อนด้วยเช่นกัน  ผู้เขียนก็ดื่มน้ำบ่อยมาก แต่ไม่ค่อยเน้นดื่มน้ำเปล่า รอบโต๊ะทำงานจะมีแต่น้ำที่มีรสหวานทั้งนั้น  ดื่มน้ำหวานๆ แล้วชื่นใจดีจริงๆ สุดท้ายผลที่ตามมาก็คือร่างกายบริโภคน้ำตาลมากเกินไป แถมมาด้วยแคลอรี่มาพุ่งกระฉูด น้ำหนักมีตัวเลขที่ปรับขึ้นอย่างรวดเร็วจะทำอย่างไรดีล่ะคะ!!   ปรับการบริโภคด่วนค่ะ...แต่การลดการบริโภคน้ำหวานๆ ช่างยากเหลือเกิน ดังนั้นผู้เขียนจึงต้องหาเครื่องมือมาช่วยในการควบคุมปริมาณน้ำตาลและแคลอรี่ที่จะบริโภคในแต่ละวัน นั่นคือ แอพพลิเคชั่น Scannerd Plus ภายในแอพพลิเคชั่น Scannerd Plus จะมีข้อมูลเครื่องดื่มต่างๆ ที่สามารถบอกปริมาณแคลอรี่  ปริมาณน้ำตาล ปริมาณโซเดียม และปริมาณไขมัน โดยเพียงนำสินค้ามาสแกนด้วยแอพพลิเคชั่น ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับสินค้านั้นจะขึ้นมาปรากฏ ในแต่ละวันจะบริโภคกี่ชนิดก็ได้ เพียงแค่สแกนและเก็บเป็นข้อมูลไว้  แอพพลิเคชั่นจะคำนวณปริมาณแคลอรี่  ปริมาณน้ำตาล ปริมาณโซเดียม และปริมาณไขมันที่ได้บริโภคไปแล้ว พร้อมทั้งบอกปริมาณที่ผู้บริโภคควรได้รับต่อวันไว้ เช่น ปริมาณแคลอรี่ไม่ควรเกิน 2,000 แคลอรี่ต่อวัน ปริมาณน้ำตาลไม่ควรเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน  ปริมาณโซเดียมไม่ควรเกิน 1 ช้อนชาต่อวัน และปริมาณไขมันไม่ควรเกิน 13 ช้อนชาต่อวัน ในส่วนของแคลอรี่ ถ้ามีการบริโภคในปริมาณที่มากกว่า 2,000 แคลอรี่ต่อวัน แอพพลิเคชั่นจะแนะนำการเผาผลาญส่วนเกิน โดยคิดปริมาณที่ต้องเผาผลาญเป็นนาที ซึ่งมีวิธีการเผาผลาญ 3 รูปแบบ ได้แก่ การวิ่ง การเดิน และการขี่จักรยาน นอกจากการคำนวณในแต่ละวันแล้ว แอพพลิเคชั่น Scannerd Plus ยังเก็บสถิติโดยรวมได้  ทั้งในเรื่องการบอกสถิติการดื่มในแต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปี  ดื่มอะไรมากที่สุด   ครั้งล่าสุดดื่มอะไร จากการตรวจวัดโดยใช้แอพพลิเคชั่น  ทำให้ผู้เขียนได้ทราบตัวเลขปริมาณน้ำตาลที่มากเกินไป  จึงต้องขอกลับมาดูแลตัวเองด้วยการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสักนิด อากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้ ขอแนะนำว่าบริโภคน้ำเปล่าดีที่สุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 181 สบายใจกับการเดินทางรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

เคยไหมคะ ยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ แต่ไม่รู้ต้องขึ้นสายไหน...โดยเฉพาะวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผู้เขียนเป็นเด็กต่างจังหวัดค่ะ ไม่ได้เติบโตในกรุงเทพมหานคร เมืองฟ้าอมรที่ใครๆ ก็ต้องต่างทยอยเข้ามาอยู่อาศัยและหางานทำ จึงไม่แปลกที่จะมีอาการสับสนกับการใช้รถโดยสารสาธารณะกลางใจเมืองขนาดนี้ แถมวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นจุดศูนย์กลางของถนนสี่สาย ยิ่งถ้าไม่รู้ว่าแต่ละเส้นทางไปที่ใดบ้าง บอกได้คำเดียวคะว่า “งง” ล่าสุดได้มีผู้จัดทำแผนที่การใช้รถโดยสาร ทั้งรถเมล์และรถตู้บริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจะแบ่งออกเป็น 4 ฝั่ง หรือ 4 เกาะ ได้แก่ เกาะดินแดง เกาะพญาไท เกาะราชวิถี และเกาะพหลโยธิน ซึ่งเรียกชื่อตามสายถนนนั่นเอง ถ้าต้องมีการอธิบายถึงป้ายรถเมล์หรือรถตู้ที่ต้องรอขึ้น โดยไม่ชี้ฝั่งหรือเกาะให้ชัดเจน ให้กับคนที่เดินทางมาผ่านวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิครั้งแรก (บางคนผ่านบ่อยครั้งยังไม่รู้เลย) กว่าจะเข้าใจตรงกันคงต้องใช้ความพยายามมากหน่อย  แค่พูดชื่อ 4 เกาะ ก็งงกันแล้ว แต่ถ้าอาศัยแผนที่ฉบับนี้จะสามารถช่วยได้อย่างมาก ผู้จัดทำแผนที่การใช้รถโดยสาร ทั้งรถเมล์และรถตู้บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมินี้ มีชื่อว่า “easymap” โดยสามารถดาวน์โหลดภาพแผนที่ได้ที่ www.easymap.in.th มาไว้ที่สมาร์ทโฟนได้ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ต้องบอกก่อนนะคะว่าผู้เขียนไม่ได้แนะนำเพื่อต้องการให้ไปทำธุรกิจหรือซ้อสินค้าใดๆ เพียงแต่ต้องการนำข้อมูลในส่วนที่มีประโยชน์แก่การเดินทางของประชาชนมาให้ทราบกันเท่านั้น ทั้งนี้ผู้เขียนขออธิบายประโยชน์ที่จะได้รับจากภาพแผนที่นี้ คือ ถ้าเป็นภาพแผนที่รถเมล์บริเวณ 4 เกาะรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แผนที่จะบอกรายละเอียดถึงป้ายรถเมล์ที่สามารถรอขึ้นรถ โดยบอกสายรถเมล์จากจุดเริ่มต้นไปยังจุดหมายปลายทาง ซึ่งใช้สีต่างๆ เพื่อบอกเส้นทางดังกล่าว  ส่วนภาพแผนที่รถตู้ จะบอกจุดขึ้นรถรอบบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อบอกว่าจุดไหนมีบริการรถตู้ไปที่ใดบ้าง หลังจากที่ผู้เขียนบ่นมาแสนนานที่ต้องสับสนกับการขึ้นรถเมล์บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ภาพแผนที่ที่ถูกจัดทำขึ้นมานี้ช่วยให้ความสับสนของผู้เขียนลดน้อยลงแล้วค่ะ และด้วยภาพแผนที่ที่มีอยู่นี้เลยต้องขอทำตัวเป็นพลเมืองดีกันสักหน่อย เพราะมีโอกาสได้แนะนำเส้นทางบริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ให้กับผู้คนที่ต้องผ่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิตลอด บอกตรงๆ ค่ะ เข้าใจความรู้สึกสับสนนั้นได้ดีจริงๆ

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 178 ไม่ตกเทรนด์กับ Line TV

วันหยุดยาวแบบนี้ ใครบ้างคะที่ไม่อยากออกจากบ้านไปไหน ผู้เขียนขอยกมือขึ้นคนแรกเลยค่ะ ไม่ใช่ว่าไม่อยากไปเที่ยวนะคะ แต่ขอเก็บไว้ไปตอนปีใหม่ทีเดียวดีกว่า แต่ เอ๋!! แล้วจะทำไรดีนะ งั้นผู้เขียนขอแนะนำแอพพลิเคชั่นสำหรับผู้อ่านที่ชื่นชอบดูซีรีย์ (series) เบื้องต้นขออธิบายคำว่า ซีรีย์ (series) กันก่อนนะคะ ซีรีย์ (series) หมายถึง ชุด ซึ่งในที่นี้จะพูดถึงละครชุด รายการชุด การ์ตูนชุด นั่นคือละคร รายการ หรือการ์ตูนที่มีจำนวนหลายตอนนั่นเอง อย่างเช่น เรื่องรักนะเป็ดโง่ เรื่องเป็นต่อ การ์ตูนโคนัน เป็นต้น แอพพลิเคชั่นดังกล่าวก็คือ Line TV ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นของ Line โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองผู้ชมที่ต้องการดู ไม่ว่าจะเป็นซีรี่ย์ไทย ซี่รี่ย์เกาหลี หรือชมละครโทรทัศน์ พร้อมรายการวาไรตี้ มิวสิควิดีโอ การ์ตูน และรายการพิเศษ ภายในแอพพลิเคชั่น Line TV ได้รวมเรื่องที่ไม่สามารถดูได้ที่อื่นมาลงไว้ให้ที่นี่ รีบหยิบสมาร์ทโฟนและเตรียมอินเตอร์เน็ตไว้ให้พร้อม ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Line TV กันเลยค่ะ หรือผู้อ่านคนใดไม่สะดวกดูในสมาร์ทโฟนก็สามารถดูในรูปแบบเว็บไซต์ในคอมพิวเตอร์ได้เช่นกัน โดยรูปแบบเว็บไซต์ ใช้ชื่อว่า https://tv.line.me ซึ่งทั้งสองรูปแบบจะมีหน้าตาคล้ายคลึงกันที่มีลักษณะใช้งานได้ง่าย ไม่ซับซ้อน จึงทำให้ผู้ใช้ไม่เกิดความสับสน   การใช้บริการ Line TV เพียงมีชื่อบัญชี Line เท่านั้นก็สามารถเชื่อมต่อ log in ได้ทันที ภายในโปรแกรมจะแบ่งเป็นหมวดที่ช่วยแยกประเภทของรายการโทรทัศน์ที่จะดู ผู้อ่านสามารถเลือกดูผลงานที่แบ่งไว้ตามหมวด ทั้งหมวดละคร หมวดบันเทิง และหมวดเพลง หรือสามารถเลือกดูในหมวดแนะนำ ซึ่งจะนำรายการที่น่าสนใจและมีผู้ชมเป็นจำนวนมาก มาแนะนำให้เลือกชม เมื่อผู้อ่านได้เลือกชมรายการใดใน Line TV รายการเหล่านั้นก็จะถูกจัดเก็บเป็นประวัติการชม นอกจากนี้ถ้าผู้อ่านมีหลายรายการที่อยากดู แต่ยังไม่มีเวลาเพียงพอที่จะดูได้ในขณะนั้น ผู้อ่านสามารถจัดเก็บรายการต่างๆ ไว้ในหมวดดูภายหลังได้ Line TV ยังเอาใจแฟนคลับละคร รายการ วาไรตี้ หรือซีรีย์ใดๆ โดยผู้ใช้แอพพลิเคชั่นสามารถสมัครเป็นแฟนคลับแชนแนลที่ชอบ ซึ่งจะทำให้แฟนคลับทราบถึงความเคลื่อนไหวของละคร รายการ วาไรตี้ หรือซีรีย์นั้นๆ ได้ตลอดเวลา หยุดยาวนี้ไม่เหงาแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม >


ฉบับที่ 175 Periscope ถ่ายทอดสดด้วยตนเอง

ฉบับนี้ขอเอาใจคนรักการถ่ายวิดีโอแบบออนไลน์กันสักหน่อย โดยการถ่ายวิดีโอที่ว่านี้ คือการถ่ายวิดีโอโดยใช้สมาร์ทโฟนที่มีกันอยู่แล้วนั่นเอง แอพพลิเคชั่นนี้ถูกพัฒนาโดยกลุ่มเดียวกับ twitter มีชื่อเรียกว่า Periscope ผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Periscope มาใช้กันได้แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย คุณสมบัติของแอพพลิเคชั่นนี้จะเน้นไว้สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายวิดีโอแบบสดๆ และต้องการเผยแพร่ให้กับผู้อื่นได้เห็นภาพเหตุการณ์เหล่านั้นด้วย สำหรับแอพพลิเคชั่น Periscope ผู้ใช้สามารถลงทะเบียนผ่านชื่อ twitter ที่มีอยู่เดิม หรือจะลงทะเบียนใหม่ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือก็ได้ เมื่อเข้าแอพพลิเคชั่นได้แล้ว เริ่มแรกแอพพลิเคชั่นจะเชื่อมต่อข้อมูลกับ twitter ที่คุณมีอยู่เดิม เพื่อให้คุณเลือกติดตามบุคคลต่างๆ ที่ใช้แอพพลิเคชั่น Periscope ตามที่คุณสนใจ โดยในแอพพลิเคชั่นนี้จะปรากฏบัญชีบุคคลต่างๆ ที่ใช้แอพพลิเคชั่น Periscope นี้ทั่วโลกจากนั้นถึงเวลาที่คุณต้องการถ่ายเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งๆ แบบสดๆ เพื่อออนไลน์ไปยังบุคคลที่ใช้แอพพลิเคชั่น Periscope นี้  เริ่มต้นให้คุณเข้าไปที่รูปสัญลักษณ์กล้อง หลังจากนั้นจะให้คุณพิมพ์ชื่อเรื่องในช่องที่เขียนว่า What are you seeing now? และกดปุ่ม start broadcast เพียงเท่านี้การรายงานสดของคุณก็จะเริ่มต้นทันที ในระหว่างการถ่ายทอดสดนั้น ผู้ติดตามชมจะสามารถส่งข้อความแสดงความคิดเห็นต่างๆ รวมถึงการกดส่งหัวใจ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้รู้ว่ามีผู้ที่ชื่นชอบมากแค่ไหน ได้ตลอดเวลาที่มีการถ่ายทอดสดเหตุการณ์นั้นๆ   ซึ่งจะทำให้คุณรู้ว่าผู้ชมของคุณรู้สึกอย่างรับภาพที่คุณกำลังถ่ายทอดออกไป แต่ถ้าคุณไม่ต้องการให้มีการส่งข้อความแสดงความคิดเห็นก็สามารถตั้งค่าก่อนที่จะเริ่มถ่ายเหตุการณ์ได้เช่นกันเมื่อดำเนินการ start broadcast จนกระทั่งเสร็จสิ้นการถ่ายวิดีโอแล้ว คุณก็กดปุ่ม Stop Broadcast เท่านี้ก็ถือว่าสิ้นสุดการถ่ายทอดสดดังกล่าวกรณีที่คุณต้องการส่งภาพเหตุการณ์ให้แค่คนใดคนหนึ่ง คุณก็สามารถเลือกปุ่มตั้งความเป็นส่วนตัวก่อน และเลือกผู้ที่ต้องการแจ้งเตือนให้มาชมภาพของคุณได้ นอกจากนี้ผู้ติดตามสามารถย้อนดูภาพวิดีโอเหตุการณ์เก่าๆ ได้อีกด้วยแอพพลิเคชั่น Periscope ถือว่าเป็นแอพพลิเคชั่นที่ยังใหม่ และยังไม่เป็นที่นิยมในประเทศไทยมากนัก แต่ในต่างประเทศถือว่าได้รับความนิยมกันพอสมควร

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 174 สแกนแผ่นเอกสารเป็นไฟล์ด้วยมือถือ

ตึกตึก ใจเต้นรัวๆ นั่งมองผ่านกระจกเห็นผู้คนเดินขวักไขว่  “บางพลัดขึ้นเลย” ได้ยินเสียงกระเป๋ารถเมล์ตะโกน จึงหันไปดู พร้อมกับถอนหายใจ  คิดในใจ เมื่อไรจะออกสักทีค้า  ฉันรีบบบบบ ผู้อ่านอย่าเพิ่งตกใจนะคะ ไม่ใช่นิยายที่ไหนค่ะ เป็นแค่เหตุการณ์หนึ่งที่ผู้เขียนประสบมาโดยตรง ในขณะที่รีบร้อนต้องการที่จะให้ถึงที่ทำงานอย่างรวดเร็วที่สุด เพราะงานเข้าค่ะ เรื่องมีอยู่ว่าก่อนหน้านั้นมีโทรศัพท์สายด่วนโทรมาให้ส่งเอกสารสำคัญภายในครึ่งชั่วโมงไปยังเมลหนึ่ง จะให้น้องที่อยู่ที่ทำงานส่งให้ก็ไม่ได้ เนื่องจากเอกสารอยู่ที่มือผู้เขียน ที่สำคัญปลายสายบอกว่าให้สแกนเอกสารเป็น pdf ด้วยนี่สิด้วยความตื่นเต้นที่มีอยู่นั้นก็ยังมีสติค่ะ แทนที่จะปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ จึงหยิบมือถือมาค้นหากูเกิ้ล เผื่อจะเจอแอพพลิเคชั่นดีๆ  และแล้วก็ได้เจอแอพพลิเคชั่นนี้ “CamScanner” ตอบโจทย์ที่ต้องการในเวลาเร่งด่วนกับการสแกนเอกสารเป็นไฟล์ pdfสิ่งแรกที่ทำคือรีบควานหาเอกสารที่ต้องการสแกนเป็นไฟล์ pdf ขึ้นมา รวม 5 แผ่น เปิดแอพพลิเคชั่นขึ้นมาจะปรากฏสัญลักษณ์กล้องถ่ายรูป หลังจากนั้นก็กดถ่ายรูปเอกสารแผ่นแรก เมื่อได้ภาพแรกแล้ว แอพพลิเคชั่นจะมีให้เลือกความขาวสว่าง ภาพขาวดำ ภาพสีเทา และเลือกเฉพาะส่วนที่ต้องการของภาพได้ นอกจากนี้ถ้าภาพถ่ายของเรากลับด้านอยู่ ก็สามารถหมุนภาพได้ตามต้องการ เมื่อตกแต่งภาพเรียบร้อย ให้กดเครื่องหมายถูกด้านล่างขวา ก็จะได้ภาพไฟล์ pdf หน้าที่ 1 ต่อจากนั้นให้กดสัญลักษณ์กล้องถ่ายรูปด้านล่างซ้าย เพื่อถ่ายเอกสารแผ่นต่อไป ภาพของแผ่นต่อไปก็จะมาต่อภาพแรกที่ได้ทำไว้ในไฟล์ pdf  จากนั้นทำเหมือนเดิมจนครบทั้ง 5 แผ่น และสามารถย้ายรูปแบบการเรียงแผ่นเอกสารได้ตามที่ต้องการนอกจากนี้ยังสามารถนำภาพที่มีอยู่เดิมภายในเครื่องมาทำเป็นไฟล์ pdf ได้เช่นกัน เพียงแค่กดสัญลักษณ์ที่เขียนว่า import แทนสัญลักษณ์กล้องถ่ายรูป  เมื่อทำเอกสารแต่ละไฟล์เรียบร้อยแล้ว ไฟล์ทั้งหมดจะปรากฏอยู่ในหน้าแรกของแอพพลิเคชั่น โดยสามารถจัดการไฟล์ด้วยตนเองว่าต้องการเรียงไฟล์อย่างไร สำหรับขั้นตอนการนำไฟล์ออกจากเครื่องมี 3 วิธีที่แนะนำ อย่างแรกใช้วิธีการอัพโหลดไฟล์ไปยัง Dropbox , Google Drive เป็นต้น  อย่างที่สอง สามารถเลือกปริ๊นเอกสารได้ทันที แต่ต้องใช้ AirPrint หรือเครื่องปริ๊นที่สามารถเชื่อมต่อด้วยระบบ wifi ได้ อย่างที่สาม ง่ายที่สุด คือ ส่งไฟล์ไปยังเมลที่ต้องการขอเพิ่มเติมอีกอย่างค่ะ แอพพลิเคชั่น “CamScanner” ยังสามารถส่งไฟล์ได้หลายสกุล เช่น ไฟล์สกุล doc , ไฟล์สกุล jpg , ไฟล์สกุล pdf  เป็นต้น โดยให้เลือกชนิดของไฟล์ที่ต้องการก่อนที่จะถึงขั้นตอนการส่งออกค่ะเท่านี้เอกสารในมือทั้ง 5 แผ่น ก็สามารถทำเป็นไฟล์ pdf เพื่อส่งต่อไปยังเมลได้ภายในครึ่งชั่วโมงทันเวลา      

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 172 ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือกับ Police i lert u

เหตุฉุกเฉินมักจะไม่บอกสัญญาณเตือนล่วงหน้า ดังนั้น สติ คือสิ่งที่ควรมีที่สุดในทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อมีสติ สิ่งต่อไปคือต้องมีผู้ช่วยที่จะคอยช่วยเหลือชีวิตและทรัพย์สินของเราด้วย ก่อนหน้านี้เมื่อเกิดเหตุด่วน ทุกคนจะต้องนึกถึงหมายเลขโทรศัพท์ 191 โดยมีความหวังให้ตำรวจเดินทางมาช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและทันเหตุการณ์ ล่าสุดได้มีแอพพลิเคชั่นที่ถูกพัฒนาโดยกองบัญชาการตำรวจนครบาลทำออกมาเพื่อตอบสนองกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางการขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเหนือจากหมายเลขโทรศัพท์ 191แอพพลิเคชั่นนี้มีชื่อว่า Police i lert u แอพพลิเคชั่นนี้สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ทั้งในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และระบบปฏิบัติการ ios หลังจากที่ได้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นมาไว้บนสมาร์ทโฟนแล้ว ขั้นตอนแรกคุณจะต้องคลิก sign up เพื่อสมัครและกรอกรายละเอียดสำคัญ อาทิเช่น ชื่อนามสกุล เบอร์โทรศัพท์ สำหรับให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดต่อกลับมายังเจ้าของสมาร์ทโฟนเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ในแอพพลิเคชั่น Police i lert u คุณสามารถ sign in และ log out ออกจากแอพพลิเคชั่นได้ตลอดภายในแอพพลิเคชั่นจะสามารถส่งข้อความแบบ chat กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่บริเวณเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  อีกส่วนหนึ่งจะเป็นเรื่องของการแก้ไขข้อมูลส่วนตัว ทั้งเรื่องรูปภาพ พาสเวิร์ด หมวดที่สำคัญอีก 2 หมวดสำหรับแอพพลิเคชั่นนี้ อย่างแรก คือ หมวด i lert เป็นหมวดที่มีไว้สำหรับส่งสัญญาณเพื่อแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายที่เกิดขึ้นจากแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน โดยเมื่อเข้าหมวดนี้ แอพพลิเคชั่นจะค้นหาตำแหน่งสมาร์ทโฟนว่าอยู่ตรงไหน จะเห็นว่ามีพิกัดเป็นตัวเลขลองจิจูดและละติจูด ด้านล่างคุณสามารถเขียนข้อความเพื่อแจ้งรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ พร้อมทั้งสามารถแนบรูปถ่ายสถานที่เกิดเหตุ ต่อจากนั้นให้กดปุ่มสัญลักษณ์สัญญาณบริเวณด้านบนขวา ข้อมูลต่างๆ ก็จะถูกส่งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนกลาง เพื่อที่จะส่งข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้บริเวณที่เกิดเหตุ และแจ้งให้เดินทางมาถึงสถานที่นั้นๆ ได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่คุณไม่สามารถเขียนข้อความหรรือถ่ายรูปได้ ก็สามารถที่จะกดปุ่มส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือได้เลย หมวดสุดท้ายที่สำคัญ คือ หมวด i call เป็นหมวดที่แจ้งเบอร์โทรศัพท์ที่จะสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณที่ใกล้คุณมากที่สุด เพื่อให้สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้รวดเร็วมากขึ้นแอพพลิเคชั่น Police i lert u ถือว่าเป็นแอพพลิเคชั่นที่มีประโยชน์ และควรดาวน์โหลดไว้บนสมาร์ทโฟน เพื่อไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินที่เกิดขึ้น และที่สำคัญควรกดปุ่มเพื่อส่งสัญญาณของความช่วยเหลือเมื่อจำเป็นเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม >


ฉบับที่ 170 มาช่วยร้องเรียนแท็กซี่กันเถอะ

ช่วงนี้ข่าวคราวเรื่องการใช้บริการแท็กซี่เป็นที่พูดกันบ่อยมาก เมื่อช่วงเดือนมกราคมประเทศไทยได้มีข่าวฮิตในโลกออนไลน์ในเรื่องการให้บริการแท็กซี่  ที่มีนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น ได้เดินทางมาประเทศไทยเป็นประจำ เพื่อแจกขนมและของเล่นให้กับเด็กๆ ผู้ด้อยโอกาสภายในประเทศไทย  และได้ใช้บริการแท็กซี่ของสนามบินสุวรรณภูมิ โดยรู้สึกไม่พึงพอใจกับการได้รับบริการนั้น จนทำให้เกิดการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กของตนเองว่า “สนามบินสุวรรณภูมิคือความอับอายของประเทศไทย ทั้งการบริการที่แย่ เจ้าหน้าที่ไม่เต็มใจให้บริการ และยังถูกแท็กซี่โกงค่าโดยสาร”  ซึ่งเรื่องนี้ได้ถูกส่งต่อไปทั่วโลกออนไลน์  จนนำไปสู่การจัดระเบียบแท็กซี่สุวรรณภูมิ แต่เมื่อไม่นานมานี้นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นคนดังกล่าวยังได้มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้ง ในเรื่องการบริการของแท็กซี่สนามบินสุวรรณภูมิที่เก็บค่าโดยสารเกินจริง และยังกล่าวด้วยว่าเป็นเรื่องที่น่าอายของประเทศไทย หลังจากได้อ่านข่าวนี้ หลายคนคงคิดอยู่ในใจว่า ไม่ใช่แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้นที่โดนรู้สึกแย่กับการใช้บริการแท็กซี่หรอก คนไทยอย่างเราก็โดนเช่นกัน แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามหามาตรการในการควบคุมการให้บริการของแท็กซี่มากแค่ไหน แต่ดูจะไม่ได้ผลมากนัก ทั้งเรื่องสนับสนุนให้มีการร้องเรียน จนทำให้เกิดสายด่วน แอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ ล่าสุดกรมการขนส่งทางบก ได้ออกแอพพลิเคชั่น “DLT Check-In” เป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับให้ประชาชนผู้ใช้บริการได้เข้ามาร้องเรียน โดยได้ปรับรูปแบบการใช้งานให้มีความสะดวกมากขึ้น  ซึ่งหวังว่าจะมีผู้ใช้บริการแท็กซี่ทั้งที่มีปัญหาในการใช้บริการและมีความพึงพอใจในการใช้บริการ แจ้งร้องเรียนต่างๆ และรายงานเรื่องที่เกิดขึ้น เข้ามายังกรมการขนส่งทางบก ภายในแอพพลิเคชั่น จะให้กรอกหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าของเครื่อง เพื่อนำเป็นข้อมูลเผื่อมีการติดต่อสอบถามกลับถึงรายละเอียดที่เกิดขึ้น และเพิ่มความสะดวกในการร้องเรียนได้รวดเร็วขึ้น  เมื่อมีการกรอกหมายเลขโทรศัพท์เรียบร้อยแล้ว ให้คลิกลงทะเบียนการใช้แท็กซี่ จากนั้นแอพพลิเคชั่นจะมีวิธีการให้เลือก  2 รูปแบบ คือ ให้กรอกทะเบียนรถแท็กซี่ หรือ ให้ถ่ายรูปทะเบียนแท็กซี่ ต่อจากนั้นแอพพลิเคชั่นจะมีแบบสอบถามให้กรอกรายละเอียดต่างๆ ถึงความพึงพอใจในการใช้แท็กซี่ และมีช่องข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถกรอกรายละเอียดนอกเหนือจากแบบสอบถามนั้นได้ จากข่าวที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยในเรื่องการให้บริการของแท็กซี่นั้น คิดว่าคงทำให้คนไทยอย่างเรารู้สึกเสียหน้ากันพอสมควร แม้ว่าเหตุการณ์การให้บริการของแท็กซี่ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมก็เกิดขึ้นกับคนไทยเองเช่นกัน แต่ถ้าทุกคนพยายามที่จะร่วมมือกันเพื่อปรับปรุงพฤติกรรมไม่เหมาะสมนั้น โดยใช้วิธีการร้องเรียนผ่านแอพพลิเคชั่น หรือผ่านสายด่วนของศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ ก็อาจจะทำให้การปรับเปลี่ยนให้การให้บริการของแท็กซี่ได้ผลในระดับหนึ่งก็เป็นได้

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 169 รู้สภาพการจราจรบนทางด่วน

ต้องยอมรับว่าคนที่ใช้ชีวิตประจำวันในกรุงเทพมหานคร ต้องเคยใช้บริการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือทางด่วน แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรถยนต์ส่วนตัว และคนที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวก็ตาม แต่ก็ต้องมีสักครั้งที่มีโอกาสได้ใช้บริการรถแท็กซี่ เพื่อเดินทางจากที่หนึ่งไปยังจุดหมายอีกที่หนึ่ง โดยใช้ทางด่วนเป็นตัวเชื่อมระยะทางเพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วขึ้น จากการที่ได้ใช้ทางด่วนเป็นประจำ ทำให้รู้ว่าในบางจุดบางช่วงเวลาคนใช้บริการทางด่วนมักจะเจอกับปัญหาทางด่วนที่มีการจราจรไม่ด่วน  เชื่อได้เลยว่าหลายคนคงเคยประสบปัญหานี้ ทำให้สงสัยว่าจะมีสิ่งใดบ้างที่จะช่วยบอกให้ได้ว่าควรเลือกใช้ทางด่วนในขณะนั้นหรือไม่ หรือควรใช้ทางธรรมดาดีกว่ากัน หรือจะต้องใช้เวลาในการเดินทางมากน้อยแค่ไหน และรถติดเพียงใด มีแอพพลิเคชั่นที่ผู้เขียนอยากแนะนำมีอยู่ 2 ตัวเกี่ยวกับทางด่วน ซึ่งมีชื่อเดียวกันว่า “EXAT  ITS” โดยความสามารถใน 2 แอพพลิเคชั่นนี้จะมีความแตกต่างกัน และสามารถใช้ควบคู่กันตามความต้องการของผู้ใช้ได้ และถูกพัฒนาจากคนละหน่วยงาน แอพพลิเคชั่นอันแรก จะบอกเกี่ยวกับสภาพการจราจรบนทางด่วนในภาพรวม ซึ่งสามารถเห็นหน้าจอเดียว มีแผนที่อัจฉริยะสำหรับนำทางจากจุดที่ยืนเพื่อเดินทางไปยังด่านเก็บเงินที่ใกล้ที่สุดได้ และสามารถค้นทางเส้นทางบนทางด่วนได้ด้วย ในแผนที่อัจฉริยะผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะให้อะไรปรากฏบนแผนที่อัจฉริยะบ้าง อย่างเช่น ป้ายจราจรอัจฉริยะ,  อุบัติเหตุ ,กล้อง CCTV,  ด่านเก็บค่าผ่านทาง,  สถานีตำรวจทางด่วน,  จุดกลับรถในทางพิเศษ และจุดพักรถในทางพิเศษ  โดยสามารถเลือกได้ทั้งหมด หรือเลือกเพียงอันใดอันหนึ่งก็ได้  นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้มีส่วนร่วมในการรายงานสถานการณ์หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนทางด่วน พร้อมทั้งได้มีการบอกข้อมูลเกี่ยวกับบัตร easy pass และช่วยรวบรวมเบอร์โทรฉุกเฉินให้ผู้ที่ใช้แอพพลิเคชั่นนี้ด้วย แอพพลิเคชั่นอันที่สอง เป็นแอพพลิเคชั่นที่ลงรายละเอียดบริเวณด่านเก็บเงินแต่ละด่าน ว่ามีเส้นทางการเดินทางเป็นอย่างไร และมีเส้นทางบอกถึงสภาพการจราจรให้ผู้ใช้ทางด่วนทราบได้ ทั้งนี้ยังสามารถค้นทางเส้นทางบนทางด่วนได้เหมือนกับแอพพลิเคชั่นอันแรก แต่มีข้อแตกต่างตรงแอพพลิเคชั่นนี้จะคำนวณเวลาในการเดินทางจากด่านทางด่วนหนึ่งไปยังอีกด่านทางด่วนหนึ่งได้ด้วย อย่างน้อยแอพพลิเคชั่นนี้ก็น่าจะช่วยให้ผู้เดินทางและใช้บริการทางพิเศษรู้ว่าสภาพการจราจรบนทางด่วนเป็นอย่างไร รู้ว่าต้องขึ้นทางด่วนที่ด่านบริเวณใดที่ใกล้ที่สุด และรู้ทิศทางการเดินทางที่ชัดเจน แอพพลิเคชั่น “EXAT  ITS”  อาจจะช่วยเรื่องการตัดสินใจในการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางได้ ลองใช้ดูสิคะ...

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 168 สร้างไฟล์งานด้วยสมาร์ทโฟน

ตั้งแต่เข้าปีแพะมา บอกตรงๆ เลยค่ะ ว่างานยุ่งมาก ทำงานไม่ทัน อันโน้นยังไม่เสร็จ อันนี้ยังไม่เสร็จ พระอาทิตย์ก็ตกดินไปซะแล้ว จนทำให้รู้สึกเวลาในแต่ละวันช่างเดินเร็วเสียจริง...อ๊ะ!! ผู้อ่านหลายคนอาจจะคิดว่าปีชงหรือเปล่า  ไม่ใช่จริงๆ ค่ะ ทุกอย่างเป็นเพราะงานล้นมือล้วนๆ เลย ขอบอก พอมีงานมากมายก่ายกอง ซึ่งก็ทำให้ทำไม่ทันอยู่แล้วเป็นทุนเดิม  แถมบ่อยครั้งต้องออกเดินทางไปประชุมด้านนอกทั้งแบบนัดหมายไว้ล่วงหน้าหรือแบบกะทันหัน  งานก็เลยต้องพักไว้ แต่บางครั้งก็ยังมีงานเข้ามาให้ปวดหัว ต้องพิมพ์โน้นนี่นั่นแบบเร่งด่วน ทั้งที่ตัวยังต้องเข้านั่งประชุมอยู่ และไม่สามารถใช้โน๊คบุ๊คได้ ทีนี้ก็งานเข้าทุกทิศทุกทางเลยค่ะ ชั่วขณะนั้นก็ทำให้นึกถึงสมาร์ทโฟนในมือของตนเองว่าน่าจะช่วยอะไรได้บ้าง เลยเข้ากูเกิ้ล (google) ค้นหาผู้ช่วยมือที่สามทันที และแล้วแอพพลิเคชั่น  Docs ToGo  ก็มาช่วยแบ่งเบางานได้บ้างเมื่อต้องเดินทางออกนอกสถานที่ แอพพลิเคชั่นมีทั้งเวอร์ชั่นฟรี และเสียเงิน  โดยในเวอร์ชั่นฟรี สามารถใช้โปรแกรมสกุล docx  ซึ่งก็คือโปรแกรม word และโปรแกรมสกุล xlsx ก็คือโปรแกรม excel   ส่วนเวอร์ชั่นเสียเงินจะเพิ่มโปรแกรม PDF มาให้ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานบอกสมาร์ทโฟน ในแอพพลิเคชั่นนี้ สามารถใช้งานได้ง่ายมาก  พอกดเข้าแอพพลิเคชั่นด้านหน้าจอสมาร์ทโฟน  จะปรากฏหน้ารวมไฟล์ทุกสกุล ไม่ว่าจะเป็น  docx, xlsx, pdf  โดยจะแจ้งเป็นชื่อไฟล์ตามที่เจ้าของงานได้ตั้งไว้ และสามารถกดเลือกให้โชว์ไฟล์เฉพาะสกุลนั้นๆ ก็ได้ เป็นการเพิ่มความสะดวกให้อีกทาง เมื่อต้องการจะใช้โปรแกรมให้กดเครื่องหมายบวกมุมบนขวา จากนั้นแอพพลิเคชั่น จะให้เลือกว่าต้องการใช้โปรแกรม word หรือ excel ถ้าเป็นโปรแกรม word จะเปิดหน้าว่างสีขาวมาให้ โดยสามารถพิมพ์ข้อความได้ตามปกติเหมือนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีลูกเล่นในการเลือกให้ข้อความเป็นตัวหนา ตัวเอียงหรือขีดเส้นใต้ได้ และมีเมนูทำให้ข้อความอยู่กึ่งกลาง ตั้งชิดหน้า ชิดหลัง รวมทั้งการกั้นหน้าหลังในแต่ละบรรทัดด้วย สำหรับโปรแกรม excel เมื่อกดแล้วจะปรากฏหน้าเป็นตารางเหมือนกันในเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งวิธีใช้เหมือนกันทุกอย่าง โดยในแอพพลิเคชั่นจะสามารถจัดรูปแบบ font ได้ทันที และสามารถลากแถบช่องตารางที่ต้องการเลือกได้เหมือนกับใช้ mouse ซึ่งถือว่าเป็นการช่วยสร้างไฟล์ในเบื้องต้นให้กับเรา หลังจากนั้นให้ save ไฟล์ ซึ่งแอพพลิเคชั่นจะให้ตั้งชื่อเอง และผู้ใช้สามารถส่งไปยังเมลต่างๆ ที่ต้องการได้ทันที ขั้นตอนในการส่งนั้น เพียงแค่เลือกไฟล์ที่ต้องการ และกดรูปซองจดหมาย หลังจากนั้นแอพพลิเคชั่นจะไปลิ้งกับเมล เพื่อให้กรอกที่อยู่เมลที่ต้องการส่งทันที ต้องยอมรับว่าในยุคสมัยการใช้อินเตอร์เน็ตผ่านเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนเป็นเรื่องที่ง่ายจริงๆ เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วก็สามารถช่วยคุณได้

อ่านเพิ่มเติม >