ฉบับที่ 220 ผลทดสอบพาวเวอร์แบงค์

        หลายๆ คนเริ่มมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในชีวิตมากขึ้น ทั้งสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต โน๊ตบุ้ค หรืออาจจะเกมคอนโซลด้วย และถ้าต้องออกนอกบ้านไปทั้งวันก็อาจพบปัญหาแบตเตอรี่ในอุปกรณ์ไม่พอใช้ จึงต้องมี “แหล่งไฟฟ้าสำรอง” ติดตัวไปด้วย        ฉลาดซื้อฉบับนี้จึงขอเสนอผลการทดสอบพาวเวอร์แบงค์ที่ Choice องค์กรผู้บริโภคของออสเตรเลียได้ทำไว้ แบตเตอรี่สำรองเหล่านี้เป็นรุ่นที่สามารถรองรับการชาร์จอุปกรณ์มากกว่าหนึ่งเครื่องในเวลาเดียวกัน มีความจุอยู่ระหว่าง 10000mAh ถึง 20000mAh และราคาตั้งแต่ 635 ถึง 4,000 กว่าบาท (เป็นการแปลงจากราคาในหน่วยเงินดอลล่าร์ออสเตรเลียเป็นเงินไทย)        ในภาพรวมเราพบว่าราคาแพงไม่สามารถการันตีคุณภาพได้ และความจุที่ผู้ผลิตแจ้งบนฉลากสินค้ามักจะต่ำกว่าที่วัดได้จริง         คะแนนรวม 100 คะแนนคิดจาก        คะแนนประสิทธิภาพ ร้อยละ 70         ความสะดวกในการใช้งาน ร้อยละ 15        การแสดงผล ร้อยละ 15

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า300 Point

ฉบับที่ 217 ซาวด์บาร์

        ฉลาดซื้อฉบับนี้ขอเสนอผลทดสอบอุปกรณ์เครื่องเสียงสำหรับดูหนังฟังเพลงหรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “ซาวด์บาร์” ที่องค์กรทดสอบระหว่างประเทศ (ICRT) ได้ทำไว้ทั้งหมด 15 รุ่น ในสนนราคาระหว่าง 5,900 – 28,400 บาท*        ทีมทดสอบแบ่งคะแนนดังนี้        ร้อยละ 75     คุณภาพเสียง เป็นการให้คะแนนโดยกรรมการสี่คน ซึ่งจะดูหนังและฟังเพลงจากเครื่องเล่นในโหมดสเตอริโอและเซอร์ราวด์ ด้วยสื่อทั้งแบบซีดี เอ็มพี3 ผ่านการเชื่อมต่อด้วย USB และบลูทูธ และเมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ตทีวีและเครื่องเล่นมัลติมีเดีย        ร้อยละ 10     การทำงานของลำโพง        ร้อยละ 7.5    ความสะดวกในการใช้งาน ให้คะแนนโดยผู้ใช้งานสามคน (สองคนเป็นผู้ที่คุ้นเคยกับการใช้งานเครื่องเสีย และอีกหนึ่งคนเป็นผู้เชี่ยวชาญ) ที่ทดลองเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นและใช้งานรีโมตคอนโทรล        ร้อยละ 5       การใช้พลังงานในโหมดต่างๆ เช่น “ปิด” “สแตนบาย” หรือ “เซอร์ราวด์”        ร้อยละ 2.5    การรองรับอุปกรณ์หลากหลาย *ค่าใช้จ่ายในการทดสอบอยู่ที่ 1,000 ยูโรต่อเครื่อง (35,000 บาท) *ราคาที่แสดงเป็นราคาที่แปลงจากหน่วยเงินยูโร ตามราคาที่องค์กรสมาชิกจ่ายจริงขณะเก็บตัวอย่าง

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า300 Point

ฉบับที่ 215 สมาร์ทวอทช์

        สำหรับหลายๆ คน ฟิตเนสแทรคเกอร์* อาจยังตอบโจทย์การใช้ชีวิตด้านการทำงานและการออกกำลังกายได้ไม่ครบถ้วน สมาร์ทวอทช์จึงถูกพัฒนาขึ้น และดูเหมือนจะได้รับความนิยมแซงหน้าฟิตเนสแทรคเกอร์ไปแล้ว นอกจากอุปกรณ์ที่หน้าตาน่าใช้เหมือนนาฬิกาข้อมือนี้จะสามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนในการแสดงผลบนหน้าจอหรือโทรออก/รับสายแล้ว เรายังใช้แอปหรือโปรแกรมต่างๆ เพื่อตอบสนองชีวิตดิจิทัลได้ยิ่งขึ้นอีกด้วย          ฉลาดซื้อฉบับนี้ขอนำเสนอผลทดสอบสมาร์ทวอทช์ที่องค์กรเพื่อนสมาชิก Choice Australia ได้ทำไว้มาฝากกัน มีให้คุณผู้อ่านได้เลือก 10 รุ่น ที่สนนราคาระหว่าง 7,500 ถึง 15,000 บาท เขาให้คะแนนเปรียบเทียบเรื่องการใช้งาน ความสบายในการสวมใส่ รวมถึงความแม่นยำในฟังก์ชั่นต่างๆ เช่น นับก้าว วัดระยะทางและอัตราการเต้นของหัวใจทั้งในขณะปกติและเมื่อออกกำลังกาย        ในภาพรวม ไม่มีรุ่นไหนได้คะแนนขี้เหร่ อยู่ที่ความพึงพอใจจะเปย์ของแต่ละท่าน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการได้ทดลองสวมใส่บนข้อมือของผู้ใช้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะอุปกรณ์พวกนี้จะทำงานได้ก็ต่อเมื่อเราสวมใส่ติดตัวไว้ทั้งในยามหลับและยามตื่น จึงต้องหารุ่นที่ถูกจริตกันจริงๆ เท่านั้น* หมายเหตุ·        ดูผลทดสอบ ฟิตเนสแทรคเกอร์ ได้ใน ฉลาดซื้อ ฉบับที่ 184·        นิตยสารฟอร์บสซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก CCS Insight ระบุว่า ด้วยยอดขายที่เติบโตถึงร้อยละ 20 ต่อปี อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับสวมใส่เหล่านี้จะมียอดขายถึง 243 ล้านชิ้นในอีกสามปีข้างหน้า·        ราคาที่แสดงเป็นราคาที่แปลงจากหน่วยเงินดอลล่าร์ออสเตรเลียโดยประมาณในช่วงเดือนมกราคมปี 2562

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า300 Point

ฉบับที่ 207 เครื่องทำกาแฟ Manual & automatic

ตามที่สัญญากันไว้ ฉบับที่แล้วเราลงผลทดสอบเครื่องทำกาแฟแบบแคปซูล คราวนี้เรายังเอาใจคอกาแฟต่อไปด้วยผลทดสอบเครื่องทำกาแฟแบบอัตโนมัติและอัตโนมือ มีมาให้เลือกกัน 14 รุ่น แบ่งออกเป็นแบบอัตโนมัติ 8 รุ่น (ราคาระหว่าง 22,000 ถึง 89,000 บาท) และแบบแมนวลอีก 6 รุ่น (ราคาระหว่าง 3,500 ถึง 10,500 บาท) โดยรวมแล้วพบว่าถ้าอยากประหยัดเงินเราก็ต้องลงแรงกันหน่อย เพราะเครื่องทำกาแฟแบบแมนวลส่วนใหญ่ที่เราทดสอบก็ได้คะแนนใกล้เคียงกับเครื่องอัตโนมัติที่ราคาสูงกว่าหลายเท่า

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า300 Point

ฉบับที่ 206 เครื่องทำกาแฟแบบแคปซูล

ฉบับนี้เอาใจคนรักคาเฟอีนด้วยผลทดสอบเครื่องทำกาแฟแบบแคปซูล ที่องค์กรทดสอบระหว่างประเทศได้ทำไว้ในระหว่างปลายปี 2560 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา องค์กรผู้บริโภคจากยุโรปและเอเชียร่วมลงขันทดสอบเครื่องรุ่นที่ได้รับความนิยมในประเทศของตนเอง รวมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 50 รุ่น แต่ด้วยเนื้อที่อันจำกัดเราจึงขอลงเฉพาะรุ่นที่รองรับการใช้งานร่วมกับแคปซูลก่อน ท่านที่สนใจเครื่องชนิดที่เราเลือกเมล็ดกาแฟมาบดดื่มเอง ติดตามได้ในฉบับหน้าการทดสอบครั้งนี้แบ่งคะแนนออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่- คุณภาพของกาแฟที่ได้ ร้อยละ 35- ประสิทธิภาพการทำงาน ร้อยละ 30- ความสะดวกในการใช้งาน ร้อยละ 30- การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ร้อยละ 5  การให้น้ำหนักกับคะแนนด้านต่างๆ อ้างอิงจากผลการทำโฟกัสกรุ๊ปกับผู้ใช้เครื่องทำกาแฟตัวจริง คะแนนเหล่านี้ได้จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ ร่วมกับความเห็นของอาสาสมัครที่นำเครื่องกลับไปใช้ที่บ้าน และความพึงพอใจในรสชาติกาแฟของนักชิมกาแฟ (8 คนต่อหนึ่งตัวอย่าง)การตั้งค่าเครื่องทำกาแฟ และแคปซูลกาแฟที่ใช้เป็นไปตามที่ผู้ผลิตระบุในคู่มือการใช้งานไปดูกันเลยว่าเครื่องทำกาแฟแคปซูลรุ่นไหนจะถูกใจคุณที่สุด 

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า300 Point

ฉบับที่ 204 เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า

ฉลาดซื้อฉบับนี้มีผลทดสอบเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า 11 รุ่น จากผู้ผลิตสี่ราย ที่องค์กรทดสอบระหว่างประเทศได้ทำไว้ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา สนนราคาของอุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ระหว่าง 1,320 บาท ถึง 17,500 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในภาพรวมเราพบว่ารุ่นที่ได้คะแนนสูงสุดเป็นรุ่นที่ราคาแพงที่สุด แต่คุณสุภาพบุรุษอย่าเพิ่งวิตกไป รุ่นที่ราคากลางๆ คุณภาพดียังมีให้เลือก  การทดสอบครั้งนี้แบ่งคะแนนออกเป็นสองส่วนได้แก่ - ร้อยละ 80 ความคิดเห็น/ความพึงพอใจของผู้ใช้ (อาสาสมัคร 50 คน) อาสาสมัครแบ่งออกเป็นกลุ่มที่ทดลองใช้เครื่องโกนหนวดไฟฟ้าหลังโกนหนวดครั้งก่อนหน้าหนึ่งวันและสามวัน หลังจากใช้แล้วอาสาสมัครจะตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการโกน ความสะดวกในการใช้งานทั้งการโกนและตัดแต่ง รวมถึงน้ำหนัก ความเหมาะมือ เสียง และแรงสั่นสะเทือน - ร้อยละ 20 แบตเตอรี่/การใช้พลังงาน รวมถึงการทำความสะอาด/จัดเก็บ/เปลี่ยนใบมีด (โดยห้องปฏิบัติการ) * ต้นทุนในการทดสอบอยู่ที่ตัวอย่างละ 850 ยูโร หรือประมาณ 33,000 บาท

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า300 Point

ฉบับที่ 203 หม้อทอดไร้น้ำมัน

ฉบับนี้เรามีผลทดสอบหม้อทอดไร้น้ำมัน หรือ Air Fryer ที่องค์กรทดสอบระหว่างประเทศโดยเพื่อนสมาชิกจาก สเปน โปรตุเกส เบลเยี่ยม และเนเธอร์แลนด์ เป็นผู้ส่งตัวอย่าง ได้ทำการทดสอบไว้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับท่านที่กำลังมองหาเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดนี้ไว้ประกอบอาหารทอดให้สมาชิกในครอบครัว ผลการทดสอบพอจะบอกได้ว่าผลิตภัณฑ์นี้ยังต้องการการพัฒนาให้ดีขึ้น เพราะรุ่นที่ดีที่สุดได้คะแนนไปเพียง 71 จากคะแนนเต็ม 100 ในขณะที่รุ่นที่ขี้เหร่ที่สุดได้ต่ำกว่า 30 คะแนน (แต่เนื่องจากเนื้อที่เรามีจำกัด จึงขอนำเสนอในกลุ่มที่คะแนนดีและพอใช้ได้เท่านั้น) ทีมทดสอบแบ่งการให้คะแนนออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่    ประสิทธิภาพ                 ร้อยละ 55ความสะดวกในการใช้งาน ร้อยละ 20การประหยัดพลังงาน         ร้อยละ 15ความปลอดภัย         ร้อยละ 5 คุณภาพการประกอบ         ร้อยละ 5 ถ้าอยากรู้ว่าหม้อทอดรุ่นไหนสามารถใช้ทอดอาหารแช่แข็งอย่างมันฝรั่งทอด ปอเปี๊ยะ โครเกต์เนื้อ และน่องไก่ ออกมาได้เนื้อสัมผัสกรุบกรอบ สีสันสวยงาม ด้วยการใช้งานที่ไม่ยากเกินไป เชิญพลิกอ่านหน้าถัดไปได้เลย(หมายเหตุ ราคาที่เราอ้างอิงเป็นราคาที่เช็คจากอินเทอร์เน็ตในช่วงเดือนมกราคม พ.ศ. 2561)

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า300 Point

ฉบับที่ 197 หุ่นยนต์ดูดฝุ่น

ฉลาดซื้อเล่มนี้ขอตามเทรนด์ล้ำๆ ด้วยการนำเสนอผลทดสอบหุ่นยนต์ทำความสะอาดพื้นที่องค์กรทดสอบระหว่างประเทศทำไว้ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา แม้สนนราคาของมันจะค่อนข้างแพงแต่เครื่องดูดฝุ่นแบบนี้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเพราะใครๆ ก็อยากมีผู้ช่วยดูแลพื้นบ้านให้สะอาดเอี่ยม คำถามคือ มันทำอย่างนั้นได้จริงหรือไม่? การทดสอบครั้งนี้แบ่งคะแนนออกเป็น 5 ด้าน เรียงตามน้ำหนักคะแนนได้แก่ ประสิทธิภาพการทำความสะอาด (ฝุ่น เศษขนมปัง เส้นใย) บนพื้นพรมและพื้นไม้ ความสะดวกในการใช้งาน การเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ในห้องนั่งเล่น(ที่มีโซฟา ม่าน แจกัน สายไฟ เป็นต้น) ประสิทธิภาพการใช้พลังงานและเสียงที่เกิดขณะใช้งานทีมทดสอบพบว่ารุ่นที่ “ดีที่สุด” สอบผ่านด้วยคะแนนร้อยละ 63 เท่านั้น ดูรวมๆ แล้วอุปกรณ์ประเภทนี้ยังทำงานได้ต่ำกว่าความคาดหวังของผู้บริโภค แต่รู้ไว้ไม่เสียหลาย พลิกหน้าถัดไปเพื่อดูว่าหุ่นยนต์รุ่นที่คุณเห็นในโฆษณาหรือที่พนักงานสาธิตให้ดูในห้างนั้นได้คะแนนแต่ละด้านไปมากน้อยอย่างไร   

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า300 Point

ฉบับที่ 196 ไมโครเวฟ

ฉลาดซื้อฉบับนี้มีผลทดสอบเตาไมโครเวฟที่มาพร้อมฟังก์ชั่นปิ้งย่าง ความจุระหว่าง 20 – 45 ลิตร มาฝากสมาชิกทั้งหมด 15 รุ่น ด้วยเนื้อที่อันจำกัดเราจึงขอเสนอเฉพาะยี่ห้อที่มีขายในประเทศไทย องค์กรทดสอบระหว่างประเทศ ICRT ให้คะแนนรวมไว้ที่ 100 ซึ่งรวมจากคะแนนในแต่ละด้านได้แก่ ประสิทธิภาพการใช้งาน (ละลายน้ำแข็ง ปิ้ง ย่าง อุ่นร้อน และฟังก์ชั่นอบในบางรุ่น) ความสะดวกในการใช้งาน (การเลือกโปรแกรม ตั้งเวลา การหยิบจานอาหารเข้า/ออก การทำความสะอาด เสียงรบกวน หรือฝาปิดที่มองเห็นอาหารด้านในได้ง่าย ฯลฯ) และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สนนราคามีให้เลือกตั้งแต่ต่ำกว่า 3,000 ไปจนถึง 13,500 บาท ใครต้องการใช้งานด้านไหนเป็นพิเศษ ดูคะแนนการทำงานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้เลย

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 195 เครื่องทำกาแฟ

ฉลาดซื้อฉบับนี้มีผลทดสอบมาฝากสมาชิกที่กำลังมองหาเครื่องทำกาแฟมาไว้ใช้เองในบ้าน เรามีมาให้เลือก 19 รุ่น ทั้งแบบอัตโนมัติที่ทำให้ตั้งแต่บดเมล็ดกาแฟไปจนออกมาเป็นเอสเปรสโซ แบบแคปซูลสำเร็จรูปและแบบธรรมดา สนนราคาก็มีให้เลือกตั้งแต่ 2,000 กว่าไปจนเกือบหกหมื่นบาทในการทดสอบครั้งนี้ทีมทดสอบขององค์การทดสอบระหว่างประเทศ (ICRT) ได้ให้สัดส่วนคะแนนด้านต่างๆ ไว้ดังนี้ความสะดวกในการใช้งาน (เช่น การทำกาแฟ ตั้งโปรแกรม ปรับอุณหภูมิ เติมน้ำ ทำความสะอาด ล้างตะกรัน  เป็นต้น) 30 คะแนนคุณภาพและรสชาติของกาแฟ 20 คะแนนความสม่ำเสมอของอุณหภูมิ 15 คะแนนการประหยัดพลังงาน 10 คะแนนการทำฟองนม 10 คะแนนความเร็วในการทำงาน 5 คะแนนฟังก์ชั่นทำพร้อมกัน 2 แก้ว   5 คะแนนคู่มือการใช้งาน 5 คะแนนส่วนเรื่องดีไซน์และความสวยงามนั้นแม้จะไม่มีสัดส่วนคะแนนให้ แต่ทีมเขาบอกว่าเป็นงานดีห้าดาวทุกรุ่น วางไว้เฉยๆ ก็ทำหน้าที่เป็นงานศิลป์ประดับครัวได้ ในภาพรวม รุ่นที่ได้คะแนน 5 ดาวเพียงมีรุ่นเดียวได้แก่ Delonghi ECAM 650.55.MS PRIMADON- ELITE ที่ราคาเหยียบหกหมื่น แต่ที่เหลือก็ไม่ธรรมดา ได้คะแนนไปในระดับ 4 ดาวทุกรุ่น ใครชอบแบบไหน เลือกกันได้ในหน้าถัดไป หมายเหตุ: - เมล็ดกาแฟที่ใช้เป็นไปตามสเปคของเครื่องแต่ละยี่ห้อ แต่กรณีที่ไม่ได้ระบุไว้ ทีมงานจะใช้เมล็ดกาแฟของ illy- ราคาที่ลงไว้เป็นราคาที่แปลงจากสกุลเงินยูโร

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า300 Point